You are here:   Home - ฮวงจุ้ยคลาสสิค ฮวงจุ้ย พลังชี่ปาจื้อ เกจิอาจารย์ > เจ้าที่-ตี่จู้ > เจ็บป่วยไร้สาเหตุ เพราะศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ไม่ถูกต้อง
ผ่าฮวงจุ้ยอาถรรพ์ ลางร้าย ก่อนเซ็นทรัลเวิลด์..ไฟไหม้
ฮวงจุ้ยมีหลักสำคัญอยู่ว่า ก่อนจะซื้อ...
เจ็บป่วยไร้สาเหตุ เพราะศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ไม่ถูกต้อง PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ตั้งเล่าจิน   
วันเสาร์ที่ 01 สิงหาคม 2009 เวลา 11:36



ใครไม่เจอพูดไปก็ยากจะเชื่อ เมื่อเจ็บป่วยไปหาหมอแล้วแต่กลับไม่รู้สาเหตุว่าเป็นเพราะอะไร หมอเองก็วินิจฉัยไม่ได้ เจ็บป่วยไร้สาเหตุ ลองไปหาพระหาเจ้าก็ว่าถูกของลมเพลมพัด ก็ดีขึ้นเป็นพักๆ แบบเดี๋ยวหายเดี๋ยวเป็นไปแบบไม่ซ้ำกัน แต่เมื่อซินแสเกจิอาจารย์ตรวจฮวงจุ้ย พบว่าเป็นเพราะศาลเจ้าที่ตี่จู้เอี้ยหินอ่อนที่ตั้งบูชา


ฮวงจุ้ยนอกจากจะเกี่ยวกับบ้านที่พักอาศัยและสถานที่ ยังเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ตามตำแหน่งและทิศทางที่ล้วนส่งผลต่อฮวงจุ้ย การตั้งวางศาลเจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ย แม้กระทั่งห้องพระ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีผลกระทบต่อสภาพฮวงจุ้ยและผู้พำนักอาศัย ตามแต่ตำแหน่งทิศทางที่ตั้งวางทั้งสิ้น ซึ่งผู้ที่ไม่สามารถสัมผัสได้ถึงความมีอยู่ย่อมไม่รับรู้หรือสนใจ ด้วยมีมุมมองว่าไม่ใช่วิทยาศาสตร์ ไม่ใช่ฮวงจุ้ย แต่สิ่งเหล่านี้ก็ยังคงวนเวียนเกี่ยวพันอยู่รอบตัวเรา ไม่ว่าจะยอมรับหรือไม่ก็ตาม ซึ่งฟังดูเหมือนไร้คำตอบแต่ไม่ใช่เช่นนั้น เพราะหลักการแห่งธรรมชาติบางส่วนที่วิทยาศาสตร์ศึกษาเรียนรู้ จนได้คำตอบที่ยอมรับเป็นหลักสากลว่า "พลังงานหรือสสารไม่มีวันสูญสลาย แต่เปลี่ยนรูปได้" สิ่งศักดิ์สิทธิ์ก็คือพลังงานรูปแบบหนึ่ง (นี่ว่าตามหลักวิทยาศาสตร์น่ะ เดี๋ยวจะว่างมงาย) ฮวงจุ้ยก็เป็นเรื่องของพลังที่เราเรียกขานว่า "ชี่" ที่มีอยู่ในธรรมชาติ ซึ่งถ้าลองตั้งคำถามเล่นๆ ดูว่า คนเราตายเพราะไม่มีร่างกายอาศัย แล้วคนเราจะไปไหนล่ะ ถ้าใช้เหตุผลตามหลักวิทยาศาสตร์ล้วนๆ คนเราก็ต้องแปรรูป...เอ๊ย! เปลี่ยนรูปแน่ๆ ส่วนจะแปรเปลี่ยนเป็นอะไรก็สุดแต่่กรรมของบุคคลไป แต่ที่แน่ๆ เปลี่ยนรูป(ร่างใหม่) ชัวร์ อย่างน้อยคนที่ตายไปก็ในรูปของพลังงานชนิดหนึ่ง นั่นแสดงว่าคนเราแม้ตายก็ไม่สูญหาย ดังนั้นที่ว่าไม่เห็นแล้วไม่มีคงไม่ได้


แม้กระทั่งในหลักธรรมเอง ก็มีการยืนยันถึงการเปลี่ยนแปลง ที่ว่าด้วยการเวียนว่ายตายเกิด
น่ันก็แสดงว่าไม่มีใครหรือสิ่งใดสูญหาย แต่เกจิอาจารย์ก็ไม่ได้มาชักนำให้คุณต้องไปยึดติดเพราะปัจจุบันที่ว่าจริงก็ลวง ที่เพ้อไปก็มาก ทุกวันนี้มันจริงๆ ลวงๆ ถ้าไปหมกหมุ่นจะตกเป็นเหยื่อให้ถูกหลอกได้ เพราะจิตที่ไม่ได้ฝึกพร้อมจะโอนเอนไปมาตามแต่อารมณ์อยู่ตลอดเวลา โดยเฉพาะในยามที่ทุกข์ใจจิตจะอ่อนไหวและขาดสติที่สุด แต่ที่เกจิอาจารย์นำเสนอนี้เป็นความรู้และข้อคิดให้มีสติ เพื่อความเหมาะควร และจงใส่ใจกับสิ่งที่จะนำมาบูชา เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล ไม่ทำไม่ว่ากัน...แต่ถ้าทำแล้วทำให้ถูกต้องจะดีกว่า น่ะคร๊าบ





การตั้งศาลเจ้าที่จีน หรือตี่จู้เอี้ยที่บ้านหลังนี้ ไม่ใช่ฝีมือซินแสฮวงระดับอาจารย์ที่แนะนำให้ขุดบ่อน้าในตำแหน่งทิศอสูรแถมมีดาว 5 เป็นมิกซ์เซอร์(เล่นซะเจ้าของบ้านเมาฮวงจุ้ยกลิ้ง ผสมหนาไปหน่อย) เพราะซินแสท่านนี้ไม่สนใจเรื่องเกี่ยวกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าที่ไทย เจ้าที่จีน(ตี่จู้เอี้ย) หรือแม้กระทั่งห้องพระ และตำแหน่งตั้งวางพระต่างๆ เพราะแกเชื่อว่าสิ่งเหล่านี้ไม่เกี่ยวกับฮวงจุ้ย ซินแสท่านนี้จึงรับจัดฮวงจุ้ยเพียงอย่างเดียว ไม่มีการตั้งสิ่งศักดิ์สิทธิ์หรือเจ้าที่ใดๆ จะตั้งพิงห้องน้ำแกก็ไม่เกี่ยงได้หมด


ด้วยเหตุดังกล่าว ตำแหน่งเจ้าที่นี้เจ้าของบ้านจึงตั้งเอง และเลือกซื้อศาลเจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ยที่เป็นหินอ่อน เพราะดูเข้ากับบ้านดี(ก็จริงน่ะ...แต่ไม่ถูกหลักของฮวงจุ้ย มานเลยไม่เหมาะ) ฤกษ์ยามที่ตั้งเจ้าที่ก็เลือกมาจากชีทฤกษ์ของซินแสสั่งขุดบ่อนั่นแหละ ที่ให้ชีทไว้เลือกฤกษ์ใช้เองได้ทั้งปี(แหม...เหมือนมีเซเว่นอีเลฟเว่น สะดวกดี) แต่ก็มีพูดคุยชี้ตำแหน่งที่เขาจะตั้งวางตี่จู้ให้ซินแสดู ซึ่งซินแสไม่ว่าอะไรในจุดที่เขาเลือก แต่จุดที่เขาจะตั้งวางซินแสได้สั่งห้ามไม่ให้เปิดไฟศาลเจ้าที่จีน หรือตี่จู้เอี้ยเป็นอันขาด เจ้าของบ้านจึงไม่เคยเปิดไฟเลยตั้งแต่ตั้งไหว้บูชาวันแรกจนปัจจุบัน ด้วยเหตุผลว่าการเปิดไฟจะไปกระตุ้นดาว 2 5 ที่ลอยอยู่กลางบ้าน ซึ่งจะทำให้ประสบเรื่องร้ายที่เกี่ยวกับสุขภาพ ยิ่งถ้าไปนั่งๆ นอนๆ ไม่เกิน 20 ปีอายุสั้น (เราจึงได้รู้ว่าซินแสท่านนี้ตั้งวางบ่อน้ำ โดยใช้ประตูเอียงเป็นหลักในการวางผังดาว 9 ยุค)


   


ระวัง!...ดาว 2 5 อืม...ดูแล้วซินแสรอบคอบดี แต่ ว่า...ทำไม๊! ซินแสกลับแนะนำให้บ้านนี้ ยกขอบดินรอบบ้านให้สูงขึ้นเล็กน้อย(ทั้งๆ ที่ของเดิมปกติดีอยู่แล้ว) คือยกเนินดินให้เหมือนอุ้งมือ โดยบอกเหตุผลว่าเพื่อทำให้ชี่ดีๆ ไหลรวมมาสู่ตัวบ้านโชคลาภก็จะไหลมารวมกัน พูดง่ายๆ ก็คือทำเหมือนแอ่งรับน้ำหรือแอ่งกะทะนั่นแหละ ก็เล่นเอามึนอีกกับสูตรฮวงจุ้ยเฮียเขา...ว่าจะเอางัยแน่? ก็ถ้าทำแอ่งกะทะเวลาฝนตกน้ำก็ไหลเข้าสู่ใจกลางพื้นที่มันก็ขังเน่านะสิ(แต่ก็โชคดี ที่ยุงลายบินเข้าไปวางไข่ไม่ได้) งานนี้ก็เท่ากับทำให้ธาตุดินเสีย(ซะเอง) แล้วที่ว่ามีดาว 2 5 ที่รอคอยอยู่ไม่กลายเป็นเสียดับเบิ้ลเสียหรือ? (จีเนียสฮวงจุ้ยจิงๆ...) เหมือนลองใช้วิชายังงัยไม่รู้แฮะ เห็นจะจริงดังคำกล่าวที่ว่าหลักวิชานั้นไม่เคยผิด...มีแต่ว่าคนรู้มาผิดๆ หรือนำไปใช้ไม่ถูก


ในส่วนที่เกี่ยวกับศาลเจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ยหินอ่อนบ้านนี้
เมื่อก้าวเข้าสู่ตัวบ้านพบว่า ในบ้านมีความนิ่งแฝงค่อนข้างมาก(พลังของฮวงจุ้ยน่ะ...อย่านึกเป็นอื่นเชียว บรื๋อ) ทั้งที่เป็นช่วงบ่ายแดดจัด(ดูจากภาพถ่ายจะเห็นว่าแดดแรง) เกจิอาจารย์ได้ทักทายกับเจ้าของบ้านว่า นับตั้งแต่ที่ย้ายเข้ามาอยู่ คนในบ้านนี้มีแต่เรื่องเจ็บป่วยและหาสาเหตุไม่ได้ด้วย ที่สำคัญตั้งแต่ย้ายเข้ามานอนก็ไม่เคยหลับแม้จะง่วงแสนง่วงก็เถอะ ทำให้เหมือนคนหมดแรงซึ่งเกจิอาจารย์บอกว่า...สาเหตุนั้นเกี่ยวกับการตั้งศาลเจ้าที่ตี่จู้หินอ่อนของเขา ที่เกิดการกระจายพลังปราณชี่หยิน ทำให้พลังงานฮวงจุ้ยในบ้านมีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับฮวงจุ้ยที่จัดผิดยิ่งรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งเขาเองก็คาดไม่ถึงว่า ได้ส่งผลเสียด้านฮวงจุ้ย ที่ทำให้คนในบ้านเจ็บป่วย ขนาดว่าหมาในบ้านที่เกิดใหม่ 2 ตัว เกิดวันแรกก็ต้องพาไปหาหมอกันเลย มีแต่เรื่องเสียเงิน ตัวภรรยาเองผู้เขียนได้ชี้ให้ดูเส้นเขียวบนใบหน้าที่ไม่ดีนัก ซึ่งสามีภรรยาก็รับว่าเป็นจริงอย่างที่พูดมา โดยเฉพาะแม่บ้านจะป่วยบ่อย หาหมอปัจจุบันก็หาสาเหตุไม่เจอ ไปหาพระหาเจ้าก็ว่าโดนของแบบลมเพลมพัด


เรื่องการตั้งศาลเจ้าที่จีน หรือตี่จู้เอี้ย สำหรับเขาแล้วต้องถือว่าเป็นเรื่องดีแต่โชคไม่เข้าข้างเขาไปเลือกใช้ศาลเจ้าที่จีนที่ทำจากหินอ่อนซึ่งศาลเจ้าที่จีนที่ถูกต้องมีโชคมีลาภ เสริมบารมี และถูกหลักฮวงจุ้ยนั้น ที่เขาและครอบครัวจะได้พลังธาตุไฟมาช่วยหนุนโดยอ้อม ซึ่งไม่ถูกหลักของศาลเจ้าที่จีน และไม่ถูกต้องตามหลักของฮวงจุ้ย

1. ศาลเจ้าที่จีน หรือศาลตี่จู้เอี้ย ต้องเป็นสีแดงเท่านั้น
2. ตัวเรือนของศาลเจ้าที่ตี่จู้เอี้ย ต้องทำจากไม้ ทาเคลือบด้วยชาดหรือสีแดง ท่านสามารถอ่านรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ "ศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ที่มีโชคลาภ และถูกหลักฮวงจุ้ย?


เพราะอะไรที่จะต้องเป็นสีแดง? ซึ่งการใช้สีแดงไม่ใช่เพียงแต่ศาลเจ้าที่ตี่จู้เท่านั้นนะครับ แม้กระทั่งวัดวาอารามจีน หรือศาลเทพเจ้าจีนโดยทั่วไป หรืออย่างล่าสุดที่มีการสร้างวัดบรมราชากาญจนาภิเษกอนุสรณ์ หรือวัดเล่งเน่ยยี่ 2 ที่ตั้งอยู่ ณ ต.โสนน้อย อ.บางบัวทอง จ.นนทบุรี ถ้าคุณแวะไปเที่ยวชมหรือกราบนมัสการ จะเห็นว่ามีการใช้สีแดงเป็นโทนหลัก นั่นเพราะสีแดงเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงความโชคดี เป็นสีแห่งความเป็นสิริมงคล เป็นสีแห่งพลัง ที่วัดวาอาราม หรือศาลเทพเจ้าจีนต่างๆ นิยมใช้กัน และยังเป็นนัยว่าเมื่อคุณแวะเข้ามาสถานที่นี้ คุณจะได้พบกับความเป็นสิริมงคล มีแต่ความโชคดี สบายอกสบายใจ อีกทั้งสีแดงเป็นที่นิยมใช้ในเทศกาลหรือประเพณีสำคัญ เช่น วันตรุษจีน(วันปีใหม่ของชาวจีน) วันแต่งงาน อีกทั้งยังสอดคล้องกับหลักของเบญจธาตุทางฮวงจุ้ย ในวัฐจักรของธาตุที่ส่งเสริมกัน นั่นคือธาตุไฟส่งเสริมธาตุดิน เหล่านี้คงพอเป็นตัวอย่างให้ทุกท่าน ทำความเข้าใจได้เป็นรูปธรรมอย่างมีเหตุมีผล

   

แล้วทำไม...ศาลเจ้าที่จีนที่ทำจากหินอ่อน ที่เขานำมาใช้ จึงไม่เหมาะและไม่ถูกหลักฮวงจุ้ย? เพราะว่านอกจากเหตุผลดังกล่าวมาข้างต้นแล้ว ก็เป็นเรื่องคุณสมบัติของวัสดุที่นำมาประดิษฐ์เป็นรูปลักษณ์ของตัวศาลเจ้าดังนี้

ประการที่ 1 คือตัววัสดุหรือหินอ่อนที่นำมาใช้ทำศาลเจ้าที่ตี่จู้ ตามหลักเบญจธาตุทางฮวงจุ้ย แม้ว่าหินอ่อนจะมีลักษณะธาตุเป็นธาตุดินก็ตาม แต่ก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียดว่าให้ผลบวกหรือลบมากกว่า เป็นธาตุดินแล้วเป็นดินประเภทใด เมื่อแยกตามหลักของทฤษฎีแห่งหยินหยางหรืออิมเอี้ยง จะพบว่าหินอ่อนมีคุณสมบัติเป็นหยินดังนั้น แม้ว่าหินอ่อนเป็นธาตุดิน แต่ก็เป็นดินหยินไม่ใช่ดินหยาง ซึ่งคนที่เรียนฮวงจุ้ยคงจะทราบว่าหยินและหยางจะให้ผลอย่างไรในหลักเบญจธาตุ และส่งผลต่อฮวงจุ้ยอย่างไรบ้าง

ประการที่ 2 ตัวเรือนของศาลเจ้าที่จีนที่เป็นหินอ่อน ไม่แสดงถึงลักษณะของธาตุไฟปราณหยาง นั่นเพราะตัวหินอ่อนโดยธรรมชาติจะมีเนื้อที่ซีดขาว และยิ่งนานวันที่หินอ่อนสัมผัสกับสภาพอากาศเนื้อหินจะขาวขึ้นโดยธรรมชาติ ทำให้ศาลเจ้าที่หินอ่อนจะมีธาตุดินแฝงธาตุทอง เกิดการถ่ายเทพลังปราณธาตุดิน(ให้อ่อนลง)ก่อเกิดความเป็นหยินมากขึ้น เมื่อนำมาตั้งวางตัวศาลเจ้าที่จึงไม่แสดงถึงพลังอำนาจและสัญลักษณ์แห่งพลังธาตุไฟ(สีแดง) ที่จะช่วยให้เกิดความเป็นหยางกับบ้านคนหรือผู้พำนักอาศัย กลับถ่ายเทให้พลังหยินแก่บ้าน ซึ่งตามธรรมชาติสิ่งมีชีวิตต้องการหยาง ทำให้ปราณหยางที่น้อยอยู่แล้วเพราะบ่อน้ำหน้าบ้าน เมื่อหยินมากไล่หยาง ทำให้ปราณหยินครอบคลุมบ้าน ส่งผลให้ผู้พำนักอาศัยในบ้านเกิดปัญหาความเจ็บป่วย ที่หาสาเหตุไม่ได้

ประการที่ 3 ในอดีตไม่มีการใช้หินอ่อนมาสร้างศาลเจ้าที่จีนหรือทำเป็นศาลเจ้าต่างๆ (แม้กระทั่งในปัจจุบัน) เพราะแม้ว่าในสมัยโบราณจะไม่มีเทคโนโลยีเช่นปัจจุบัน แต่การเลือกใช้วัสดุใดๆ คนสมัยก่อนจะมีหลักเกณฑ์ของฮวงจุ้ยเป็นหลักคิด ดังนั้นความนิยมใช้หินในสมัยโบราณ ส่วนมากจะนิยมนำมาทำเป็นป้ายสุสาน ด้วยเพราะมีคุณลักษณะที่เป็นหยินชี่ ซึ่งสุสานต้องการความเป็นหยิน และต้องการความมั่นคงแข็งแรง ทนทานยาวนาน ไม่แตกหักง่าย ด้วยเหตุปัจจัยเหล่านี้คงพอทำให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจเหตุผล และหลักการแยกธาตุต่างๆ ให้ถูกหลักฮวงจุ้่ยได้ดีขึ้น เพราะตัวหินอ่อนเมื่อใช้มือสัมผัสจะมีไอเย็นแฝงอยู่




ส่วนเรื่องการเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นกับผู้พำนักอาศัยนั้น ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะท่านเจ้าที่ หรือเทพตี่จู้เอี้ยลงโทษแต่อย่างใด ไม่เกี่ยวเลย(ท่านเป็นเทวดาก็มีวิจารณญาณ ขืนทำไปก็บาป...น่ะคร๊าบ) คนเราจะทำสิ่งใดยังต้องเลือกดูความเหมาะควร ไม่ชอบก็ไม่อยากได้ เมื่อไม่ถูกต้องเทพเทวดาท่านก็ไม่สถิตย์อยู่ด้วยหรอก(ไม่อยู่จริงๆ ) ดังนั้นเมื่อตั้งศาลเจ้าที่ตี่จู้เป็นหินอ่อนเป็นธาตุดินหยิน จึงให้พลังแห่งความเป็นหยินแก่พื้นที่ ความเจ็บป่วยที่เกิดขึ้นก็เพราะพลังงานหยินของฮวงจุ้ยที่มีในพื้นที่ เพราะพลังหยางคือความกระตือรือร้น ความแข็งแรง พลังหยินก็คือความนิ่งสงบ ความเจ็บป่วย นอกจากนี้ตำแหน่งที่ตั้งวางตี่จู้นั้นเป็นจุดสำคัญที่ส่งผลด้านฮวงจุ้ยอย่างยิ่ง


ดังนั้นตำแหน่งการตั้งวางสิ่งของให้เกิดผลทางฮวงจุ้ยจึงมีความสำคัญ
ซึ่งเกจิอาจารย์ได้เคยกล่าวไว้ตอนที่แล้วว่า การตั้งวางสิ่งของทางฮวงจุ้ย ไม่ใช่นึกจะตั้งวางอย่างไรก็จะได้ผลเกิดขึ้น เปรียบเหมือนจานรับสัญญาณดาวเทียม ถ้าคุณตั้งไม่ตรงองศา ไม่ตรงตำแหน่ง มีอาคารสูงบังสัญญาณ ใช้จานรับคนละยี่ห้อ ก็ไม่มีทางได้สัญญาณDigital TV ที่คุณต้องการจะดูได้ ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อตั้งศาลเจ้าที่ตี่จู้หินอ่อนถูกตำแหน่งของพลังงานฮวงจุ้ย ศาลเจ้าที่นี้ก็ต้องแสดงผลแห่งพลังงานออกมา ดังนั้นเมื่อเป็นศาลเจ้าที่หินอ่อนที่เป็นพลังหยิน ก็ต้องส่งพลังความเป็นหยินออกมา นี่แหละที่ว่าตั้งถูกก็ได้ผล เมื่อตั้งผิดก็ต้องได้ผลนั้นเหมี๋ยนกัลล์ ก้อได้แบบผิดๆ แต่ไม่ผิดแล้วผิดเลย แต่ผิดนี้ทำร้ายบ้านนี้เต็มๆ



การแก้ไข เกจิอาจารย์ให้ทำการเปลี่ยนตัวเรือนศาลเจ้าที่จีนใหม่ ให้ใช้เป็นศาลเจ้าที่จีนสีแดง เพื่อให้เกิดโชคลาภบารมีและถูกตามหลักฮวงจุ้ย ซึ่งเจ้าของบ้านและครอบครัวต้องการธาตุไฟเกื้อหนุน ศาลเจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ยสีแดงได้สัญลักษณ์เป็นธาตุไฟอย่างดี และเป็นหยางชี่ที่ต้องการด้วย อีกทั้งทำเลบ้านนี้ต้องการไฟไม่ใช่น้ำที่ไปทำกระตุ้น(เพราะซินแสอ่านพื้นที่ไม่ออก) เป็นการได้ไฟทั้งฮวงจุ้ยคนและฮวงจุ้ยบ้าน และกำชับให้เปิดไฟหิ้งเจ้าที่นี้ตลอดเวลาด้วย การตั้งวางตี่จู้ที่ถูกต้อง ถูกตำแหน่งทิศทางทำให้เกิดอำนาจบารมี มีแต่ความเป็นสิริมงคล ท่านก็จะช่วยคุ้มครองปกปักรักษา ให้ผู้ที่พำนักอาศัยเกิดโชคลาภและความร่มเย็นเป็นสุข เหมือนคำกล่าวทีว่า "เพ่งอัง" นั่นแหละครับ


สำหรับห้องพระชั้น 2
เมื่อเปิดประตูจะพบพระพุทธรูปปางลีลา ตั้งวางอยู่ตรงกับบริเวณแนวประตู ซึ่งผู้เขียนไม่แนะนำให้ท่านผู้อ่านตั้งวางแบบนี้ เพราะพระพุทธรูปเป็นนัยแห่งความนิ่งสงบ ความเย็นสุขใจ ควรตั้งวางในมุมที่มีความสงบนิ่งเป็นดีที่สุด แต่ก็อย่าลืมพิจารณาทิศทางต่างๆ ที่จะตั้งวาง ด้วยลักษณะที่ตั้งวางเช่นนี้แม้ว่าพระพุทธรูปนี้ไม่ได้ให้ร้ายเรา(ซึ่งท่านเองก็ไม่ยุ่ง ด้วยเหตุท่านทรงเหนือโลก) แต่ในทางฮวงจุ้ยยังคงมีผลอยู่เสมอ ฮวงจุ้ยจะแสดงปฏิกริยาต่อสิ่งที่คุณได้ตั้งวาง เมื่อคุณตั้งวางไม่เหมาะควร อิทธิพลที่ฮวงจุ้ยส่งผลออกมาทำให้มีความคิดความอ่านที่ผันกลับ ทำอะไรคิดอะไรเชื่อแบบขาดเหตุผล(ไม่ฟังใคร) เอาแต่ใจใช้อารมณ์โดยไม่รู้ตัว ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับตำแหน่งทิศทางเป็นสำคัญ

                       

ซึ่งตำแหน่งตั้งวางพระพุทธรูปนี้ เจ้าของบ้านก็ได้ถามซินแสคนก่อนแล้วเช่นกัน แต่ปรากฏว่าซินแสก็ชี้ให้ตั้งวางพิงผนังห้องน้ำ ด้วยความกังวลใจของเจ้าของบ้านคิดว่าไม่เหมาะ ความไม่เชื่อจึงย้ายมาตั้งวางอยู่ในตำแหน่งแนวประตูอย่างที่เห็น แต่การตั้งตำแหน่งนี้ ก็มีผลเสียอีก 1 ตำแหน่งที่ไปตรงกับเตาไฟที่อยู่ชั้นล่าง(ห้องครัว) อย่างนี้ก็ไม่ดี ดังนั้น เกจิอาจารย์จึงแนะนำให้เขาย้ายไปฝั่งตรงข้ามประตู(แนวทะแยงของประตห้อง) แล้วหันหน้าท่านไปทางหน้าบ้าน เป็นดีที่สุด ตรงส่วนนี้พระจะถูกแดดส่องไม่เป็นมงคล ซึ่งให้แก้โดยปิดผ้าม่านให้ท่าน โดยเกจิอาจารย์ให้ฤกษ์เปลี่ยนศาลเจ้าที่ และตั้งศาลเจ้าที่ใหม่ พร้อมกับย้ายพระ ในสิ้นเดือนมิถุนายนนี้ และให้เสร็จตามกำหนดระยะเวลาที่ระบุ


เป็นอันว่าบทสรุปของกรณีศึกษาฮวงจุ้ยบ้านหลังนี้ ก็เป็นอันครบถ้วน คงพอทำให้ท่านผู้อ่านได้เข้าใจฮวงจุ้ยแต่ละส่วนไม่ว่าจะเป็นฮวงจุ้ยฟ้า ฮวงจุ้ยบ้านและฮวงจุ้ยห้องพระ หรือการตั้งวางพระ และเจ้าที่ตี่จู้เอี้ย ที่มีความเกี่ยวพันกับฮวงจุ้ยกันดีขึ้นว่า ฮวงจุ้ยที่เสียหายได้กัดเซาะโชคชะตาชีวิตคนเราอยู่อย่างเงียบๆ ดังนั้นถ้าฮวงจุ้ยคุณเสีย...แล้วมีโอกาสที่จะจัดการแก้ไขจงรีบทำมัน ก่อนที่โชคชะตาจะเลวร้ายจนไม่มีตังค์เหลือ เพราะเมื่ออยากจะแก้ไขก็คงไม่ไหวแล้ว ย่ิงถ้าปล่อยให้ถึงวันที่เข้าขั้น ICU ฮวงจุ้ยก็ช่วยไม่ไหวเหมือนกัน


ที่สำคัญการแก้ฮวงจุ้ย
ไม่ใช่รูปแบบที่ตายตัว เห็นเขาทำฉันทำบ้าง เพราะชะตากรรมแต่ละคนไม่เหมือนกัน วาสนาก็ต่างกัน ต่อให้อยู่บ้านทาวน์เฮ้าส์แถวเดียวกัน ก็ใช่จะแก้ฮวงจุ้ยด้วยวิธีเดียวกัน ฉะนั้นต้องพิจารณาให้เหมาะควร ฮวงจุ้ยไม่ใช่มาม่า ไม่งั้นก็รวยกันหมดแล้ว ขนาดซินแสที่สอนฮวงจุ้ยบอกจัดฮวงจุ้ยแล้วรวย ลูกศิษย์ที่ตามเรียนไม่เห็นรวยกันซะทีก็เรียนกันหัวทิ่มหัวตำ (แค่ถูกเลขท้ายยังยากส์เลย) บางคนตามเรียนมากว่า 10 ปี ก้อเพราะว่าจะรวย ก็ยังขายไก่ป้ิงไก่ทอด กู้หนี้ยืมสินแต่ไม่ได้ไปลงทุนน่ะ กู้ไปเรียนฮวงจุ้ยบ้าง ซื้อเคล็ดวิชาและของมาตั้งวางจัดฮวงจุ้ย (คุณจะขำไม่ออกเลย ถ้าได้เจอเข้า) ชีวิตถ้ามันรวยง่ายปานนั้น ป่านนี้ประเทศจีนต้นตำหรับฮวงจุ้ย ไม่ต้องมีประธานเหมามานำปฎิวัติให้เมื่อยหรอก จัดฮวงจุ้ยมันทุกบ้านก็รวย รวย รวย ไม่ง่ายกว่าหรือ บิดเบือนวิชากันหมด


ศาสตร์วิชาฮวงจุ้ย
...เขามีไว้ปรับแก้ชะตาชีวิตหรือชะตากรรมที่มีมา ด้วยการหาบ้าน จัดบ้าน เพื่อปรับเปลี่ยนโอกาสชีวิตด้านที่ร้ายให้เป็นดี ให้สุขภาพแข็งแรง ครอบครัวมีความร่มเย็นเป็นสุข เกิดความเจริญรุ่งเรือง นั่นหมายความว่า...เมื่อคุณจัดฮวงจุ้ยไว้ดี มีฮวงจุ้ยที่ดีและถูกต้องแล้ว คุณจะได้รับความร่มเย็นเป็นสุข เกิดความเจริญรุ่งเรืองและมีสุขภาพที่แข็งแรง จากฮวงจุ้ยอย่างแน่นอน นี่แหละคือฮวงจุ้ย ส่วนคุณจะรวยหรือจนอยู่ที่ดวงชะตาและความขยันอดออม มีคุณธรรมไม่เบียดเบียนคนอื่นให้ทุกข์ยาก รู้ทำดีละเว้นกรรมชั่ว นี่คือความเป็นจริงที่เกจิอาจารย์จะบอกกับทุกท่าน...ดังที่ครูบาอาจารย์ท่านสอนไว้ ที่อื่นเขาคงไม่บอกเรื่องจริงหรอก เพราะถ้าไม่บอกคุณเรื่องรวยคงไม่มีใครอยากเรียนฮวงจุ้ย


ซึ่งหลังจากที่มีการปรับแก้ฮวงจุ้ยและเปลี่ยนศาลเจ้าที่ตี่จู้แล้ว เจ้าของบ้านได้แจ้งว่านอนหลับได้สบายดี สบายใจขึ้น หลายๆ อย่างบ่งชี้ไปในทางที่ดีขึ้น ก็ขอให้มีความสุขด้ายบารมีครูบาอาจารย์ของพวกเราชาวเกจิอาจารย์ครับ


บทความที่เกี่ยวข้อง
ความเป็นมาของตี่จู้ (ตี่จู้เอี้ย) หรือศาลเจ้าที่จีน
ศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ที่มีโชคลาภ และถูกหลักฮวงจุ้ย
การตั้งวางศาลเจ้าที่จีนตี่จู้ (ตี่จู้เอี้ย) ที่เสริมโชคลาภบารมี
ฮวงจุ้ย ตั้งตี่จู้(ศาลเจ้าที่จีน) รับปราณชี่หม้อแปลงไฟฟ้า
ทำไม?..ศาลเจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ย ต้องเป็นสีแดงเท่านั้น

ขอขอบคุณภาพวัดสวยๆ by TeesiX จาก http://teesix.multiply.com/


 
Tags : ความรู้ฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้่ยบ้าน, ฮวงจุ้่ยคอนโด, เกร็ด-เคล็ดฮวงจุ้ย, ฮวงจุ้ยปาจื้อ, เจ้าที่ตี่จู้, ฮวงจุ้ยที่คุณทำได้เอง, โหงวเฮ้ง, ฮวงจุ้ยพลังชี่ 

ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงแหล่งที่มาของเนื้อหา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจ การค้า และห้ามแก้ไขดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด


 


สนใจติดต่อ-สอบถาม พื้นที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ได้ที่     info@kaejiarjan.com

บทความ ข้อเขียน ที่มีในเว็บเกจิอาจารย์ ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หากนำไปดัดแปลง ทำซ้ำ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจการค้า