| พระกริ่งปวเรศ พระกริ่งองค์แรก # 2 |
|
|
|
| เขียนโดย เซียนเจ๋ง | |||
| วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2009 เวลา 08:00 | |||
|
"สูงจากปลายฐานด้านล่าง ถึงปลายพระเมาลี 40 ม.ม. สูงจากหน้าตัก ตรงที่ไขว้พระชงฆ์ ถึงปลายพระเมาลี 28 ม.ม. หน้าตักกว้าง 18 ม.ม." เนื้อพระ เป็นนวเดชหรคุณ เมื่อสำเร็จจากเบ้า จะมีเนื้อสีจำปาเทศคล้ายสีนาค แล้วจะค่อยๆ กลับดำ เมื่อสัมผัสอากาศและจะดำสนิท แต่ที่ว่ากลับดำนั้น ก็มิได้กลับดำเหมือนพระกริ่งสมเด็จพระสังฆราชแพวัดสุทัศน์ฯ เพราะพระกริ่งปวเรศนั้น เนื้อแกนหลักเป็นเนื้อพระบูชา คือเนื้อฐานพระพุทธชินสีห์ ซึ่งเป็นโลหะเก่าที่หมดยางแล้ว เมื่อจะหลอมสร้างเป็นพระกริ่งขึ้นมาใหม่นั้น จำเป็นอย่างยิ่งที่จะตามตำราไม่ได้ เพราะพระจะชำรุดเนื้อไม่สมานกัน ต้องใส่โลหะเงินเป็นเชื้อประสาน ทำให้พระกริ่งปวเรศนั้นกลับดำก็จริงอยู่ แต่จะกลับดำแบบดำด้านๆ แบบถ่านหุงข้าว มีเกล็ดโลหะที่ไม่กลืนกันอยู่ในซอกที่แต่งองค์พระไปไม่ถึง และผิวองค์พระทั่วไป เมื่อส่องด้วยแว่นส่องพระ จะเห็นเกล็ดโลหะดำสานทับเนื้อพระบูชาในลักษณะตามุ้งไม่กลืนเป็นเนื้อเดียว แต่ที่เห็นที่ลงหนังสืออวดกันหนักหนาว่าเป็นองค์แท้นั้น ถ้านับดูจากพระที่โชว์ก็เกิน 30 องค์แล้ว แต่จะไม่ฟันธงถือเป็นแท้หมด เลยยกประโยชน์ให้จำเลยแล้วกัน
พระหัตถ์ซ้ายที่รองรับหม้อน้ำมนต์นั้น ปรากฏเพียงสองนิ้วลักษณะเป็นก้ามปูแต่ไม่เหมือนกริ่งใหญ่ หม้อน้ำมนต์แต่งเป็นรูปยาวรีขึ้นด้านบน มีการแต่งเป็นขีดแบ่งส่วนที่เป็นฐานและที่เป็นฝาของหม้อน้ำมนต์ พระหัตถ์ขวากุมพระชานุแต่งนิ้วพระหัตถ์แบบง่ายๆ เป็นสันตามธรรมชาติ มีสันขอบรองฐานผ้าทิพย์และอาสนะ เป็นเส้นแบ่งประภามณฑลระหว่างเส้นนิสิทนสันถัต(ผ้าปูรองประทับ) กับอาสนะบัวสองชั้นที่รองรับอยู่ อาสนะบัวสองชั้น 7 กลีบ ด้านหน้าและด้านหลังอีก 1 กลีบ รวมเป็น 8 กลีบเห็นด้านหน้า 5 กลีบ อยู่เยื้องไปด้านหลังซ้ายขวาด้านละกลีบ ส่วนอีกกลีบที่อยู่ด้านหลัง เพื่อให้แยกเป็นเอกลักษณ์ ด้านล่างสุดมีการปล่อยเนื้อเกินไว้ในพิมพ์ เป็นเส้นกันบัวอาสนะรับกับเส้นกันบัวด้านบน และรับกับความหนาของโลหะที่นำมาอุดกริ่งด้านล่างอีกด้วย บัวกลีบที่ 8 อยู่กึ่งกลางฐานด้านหลังแนวเดียวกับมุ่น พระเมาลียกขอบด้านนอกมีรอยแต่งขอบด้านในด้วย องศ์ครูวัดบวรฯ มีการตอกโค๊ต รูปเม็ดงาด้านบนซ้ายของกลีบบัวด้านหลัง
เอาเป็นว่าพระกริ่งปวเรศนั้น เป็นสุดยอดของพระกริ่งถือเป็นจักรพรรดิแห่งพระกริ่งก็ไม่ผิด ราคาเช่าหานั้นไม่มีด้วย 8 หลักยังไม่มีใครปล่อย แถมที่ปรากฏอยู่ในนิตยสารพระเครื่องก็อยู่ในคนมีตระกูลใหญ่ ผู้ดีเก่ากันทั้งนั้น และที่อยู่ในครอบครองของตระกูลเก่าอีกไม่รู้เท่าไหร่ โอกาสที่จะฟลุ๊คพบเห็นตามสนามพระนั้นตีเก๊ได้เลย สำหรับในส่วนชาวเกจิอาจารย์นั้น ก็มีมรดกตกทอดมาองค์หนึ่งซึ่งเป็นของสมาชิกผู้ก่อตั้งเวปเกจิอาจารย์เอง ซึ่งนำมาให้ชมพอที่จะให้รู้ว่าเราคือสุดยอด ขอบคุณภาพจาก โดยเซียนเจ๋ง
|



ตามบันทึกของวัดบวรนิเวศวิหาร
พระพักตร์กลมป้อม ไม่เป็นหน้าตักแตนแบบพระกริ่งจีนเรียกว่า "หน้าไทย" พระศอด้านหน้าต้อ ไม่ปรากฏเป็นลำตั้ง ได้สัดส่วนกับพระเศียร พระศกเป็นเม็ดตอกโดยตุ๊ดตู่ไม่ใหญ่ไม่เล็กพองาม ปลายพระเมาลีกลมป้อม พระกรรณสองข้างห้อยประพระพาหา พระเนตรหรี่ปรือช้อนเป็นตาหงส์ ไม่ยาวแหลมเหมือนตาจีนดูเป็นไทยมากกว่า พระโอษฐ์แย้ม พระนาสิกโด่งพอประมาณ รองพระนาสิกด้านบนแต่งเสี้ยวจันทร์ประภาปรากฏอยู่ แต่กลมกลืนไปกับพระเมาลี ขัดพระชงค์แบบรัตนบัลลังค์(ขัดสมาธิเพชร) รองรับด้วยชายผ้าทิพย์แต่งเป็นกลีบและเส้นลึกสามเส้น 

















