|
พระอาจารย์ เสกสรรค์ กิตฺติสาโร |
|
|
|
|
เขียนโดย ศิษย์ อ.เสก
|
|
วันอาทิตย์ที่ 09 มีนาคม 2008 เวลา 00:00 |
|
ท่านเป็นพระเกจิอาจารย์ แห่งวัดภูนิมิตเกาะบำรุง บ้านปลวกแหลม ตำบลทุ่งพระ อำเภอคอนสาร จังหวัดชัยภูมิ พระสงฆ์ผู้เปี่ยมด้วยเมตตา ใช้วิชาดวงธรรม เพื่อการสงเคราะห์ ศรัทธาญาติโยมให้คลายทุกข์ มีจิตเมตตาสูง "ขอน้อมรับรำลึกถึงองค์พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า บูชาพระสัทธรรม คุณพระสงฆ์พระสุปฏิปันโน ผู้เป็นพระสงฆ์สุปฏิปันโน ผู้เป็นสรณะอันประเสริฐสุด ผู้นำทางพ้นทุกข์อันแท้จริงให้กับผู้ศรัทธาเพื่อความพ้นทุกข์ เนื้อนาบุญของโลก เหล่าลูกศิษย์ขอกราบนมัสการซึ่งองค์พระธรรม พระไตรลักษณ์แก้วสามประการคือ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์"
เปิดศักราชใหม่ เกจิอาจารย์ขอแนะนำ พระเกจิดังจากภาคอีสาน นามของท่าน "พระอาจารย์เสกสรรค์ กิตฺติสาโร" ท่านเป็นพระปฏิบัติ และนักพัฒนาอีกรูปหนึ่ง ข้อวัตรที่ท่านปฏิบัติสม่ำเสมอ มิได้ขาดนอกเหนือจากพระวินัยคือ การบิณฑบาตเป็นนิจ ฉันในบาตร ฉันอาหารเพียงมื้อเดียว ทำวัตรสวดมนต์เป็นประจำ การไม่แตะหรือจับเงิน ตลอดจนการฝึกวิปัสสนาสมถกรรมฐานเป็นประจำ รวมถึงการอบรมและให้คำแนะนำแก่บรรดาลูกศิษย์ทั้งที่เป็นพระและฆราวาส
นอกจากนี้ ท่านยังเป็นพระผู้เปี่ยมด้วยความเมตตาสูงต่อทุกๆ คน ที่ได้มาเยี่ยมเยือนวัดภูนิมิตเกาะบำรุง โดยไม่แบ่งชั้นวรรณะแต่อย่างใด เหล่าลูกศิษย์เกจิอาจารย์ทุกคน มิได้หวังผลสิ่งตอบแทนใดๆ และไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ในกิจการของสงฆ์ภายในวัด ประสงค์เพียงให้ท่านพุทธศาสนิกชน ได้รู้จักกับพระที่มีข้อวัตรปฏิบัติ เหนือสิ่งอื่นใด ท่านต้องไปสัมผัสด้วยตนเอง หากมีโอกาสผ่านไปลองแวะวัดแห่งนี้ ก่อนจะไปเที่ยวอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว หรืออุทยานอื่นๆ กันครับ
ประวัติพระอาจารย์เสกสรรค์ กิตฺติสาโร นามเดิมของท่านคือ นายเสกสรรค์ ส่วนภิญโญ เกิด ณ บ้านเลขที่ ๒๒๗ บ้านท่าลี่ ตำบลท่าลี่ อำเภอท่าลี่ จังหวัดเลย บิดาท่านชื่อ นายยี่ส่วน แซ่ภู่ มารดาท่านชื่อ นางสาย แซ่ภู่ เป็นบุตรคนที่ ๓ ในจำนวนพี่น้อง ๔ ท่าน
ชีวิตวัยเด็ก ท่านได้ศึกษาระดับประถมศึกษาที่โรงเรียนท่าลี่วิทยา จังหวัดเลย และระดับมัธยมศึกษาที่โรงเรียนสโมสรวิทยาลัย อำเภอเมือง จังหวัดเลย แล้วเรียนต่อที่วิทยาลัยครู อำเภอเมือง จังหวัดอุดรธานี จนจบชั้น ปก.ศ. และระดับปริญญาตรีจากมหามกุฏราชวิทยาลัย จังหวัดเลย
การอุปสมบท หลังจากท่านจบการศึกษา ได้ไปประกอบอาชีพค้าขาย จวบจนกระทั่งอายุ ๒๙ ปี ท่านมีความตั้งใจจะบวชเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว จึงได้ตั้งจิตอธิษฐาน ถ้าหากว่ากิจการค้าขายของข้าพเจ้าทำอยู่ดี มีความเจริญรุ่งเรือง ข้าพเจ้าจะขอบนบานด้วยการบวชเป็นพระภิกษุ ๑๕ วัน และบวชเพื่ออุทิศบุญกุศลให้แก่คุณบิดา มารดา ที่ล่วงลับไปแล้ว หลังจากนั้นกิจการงานความเป็นอยู่ก็ดีขึ้นเรื่อยๆ ท่านได้นึกถึงสัจจะของตนที่ให้ไว้ เราต้องบวชตามสัญญาแล้วนะ
ท่านจึงได้เข้าอุปสมบทเป็นพระภิกษุครั้งแรก ณ วัดศรีบุญเรือง ฝ่ายมหานิกาย อำเภอเมือง จังหวัดเลย ท่านบวชเป็นพระภิกษุได้ ๗ วัน ก็ได้รับคำแนะนำจากครูบาอาจารย์ ว่า "วิชาดวงธรรมนี้ เป็นวิชาอัศจรรย์ สามารถฝึกฝนเล่าเรียน แล้วนำมาช่วยเหลือสงเคราะห์ญาติโยมในเรื่องต่างๆ ได้"
เนื่องจากบ้านของพ่อครูธรรมฝั้นนั้น อยู่ใกล้ๆ กับตัวอำเภอ ท่านเป็นผู้ทรงวิชาความรู้อย่างน่าอัศจรรย์ และเป็นผู้ประจุพลังวิชาดวงธรรม ที่ท่านได้รับการถ่ายทอดจากครูบาอาจารย์ของท่านสืบต่อๆ มา และพ่อครูธรรมฝั้นเป็นผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาดวงธรรม ประจุพลังธาตุดวงธรรมให้แก่พระอาจารย์เสกสรรค์ และได้นำวิชามาสงเคราะห์ญาติโยมในเรื่องราวต่างๆ ได้ผลเป็นที่น่าอัศจรรย์
ธรรมที่พระอาจารย์เสกสรรค์ ได้นำมาสงเคราะห์แก่คนทั่วไป ตามแนวทางที่ท่านได้ฝึกอบรมปฏิบัติมา โดยมีพื้นฐานมาจากกรรมฐาน คือ หลักของการกระทำ รวมถึงวิปัสสนาเพื่อให้เกิดปัญญา มีสมาธิ มีจิตเป็นสติ ย่อมเกิดธรรมทั้งด้านอิทธิฤทธิ์ปาฏิหาริย์ สิ่งที่เหนือมนุษย์ปุถุชนธรรมดาที่จะสามารถรู้ได้ กระทำได้ในสภาวะของความเป็นทิพย์
วิชาดวงธรรมที่พระอาจารย์เสกสรรค์ ได้รับถ่ายทอดมานั้น ขั้นแรกต้องมีการบูชาครู บูชาดวงธรรม ด้วยดอกไม้สีขาวธูปเทียน แต่งขันธ์ ๕ พร้อมผ้าขาว ๑ ผืน และเงินบูชา ๑ บาท เพื่อเป็นการเคารพคารวะบูชาครู
ในการรับฝึกประจุวิชาดวงธรรม ขั้นแรกของการฝึกฝนวิชาดวงธรรมนั้น ต้องดำรงสติให้มั่น สำรวมใจ สำรวมกาย ดำรงกายให้ตรงคงมั่น เพราะหัวใจของการฝึกวิชาดวงธรรมนี้ ต้องใช้การฝึกสมาธิเพื่อมีสติ รู้ตัวอยู่ตลอดเวลามิให้เผลอ พร้อมกำหนดระลึกบริกรรม บทภาวนาพุทโธ ให้เร็วๆ ด้วยการออกเสียงดังๆ ยิ่งดี เป็นการประคองใจอยู่เสมอ โดยปฏิบัติดังนี้ ๑. กราบบูชาพระรัตนตรัย และตั้งใจดำรงรักษาไว้ซึ่งวินัย ศีล ๒. นั่งในท่าขัดสมาธิ เท้าขวาทับเท้าซ้าย มือขวาทับมือซ้าย หลับตาพอสนิท ๓. บริกรรมบทภาวนาว่า "พุทโธ" ให้เสียงดังชัดเจน และสับ "พุทโธ" ให้แตกละเอียด ภาวนาไปเรื่อยๆ
หลังจากนั้น อาจารย์ผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชาดวงธรรม ให้กับหลวงพ่อเสกสรรค์ ก็จะใช้ธูปหรือมือชี้ลงไปตามจุดต่างๆ ของร่างกาย พร้อมทั้งบริกรรมคาถาลงไปด้วย หลังจากได้รับการประจุดวงธรรมไปแล้ว ผู้ที่ได้รับการประจุพลัง วิชาดวงธรรม จะต้องหมั่นฝึกฝนด้วยตนเองอีกให้ได้ผลยิ่งๆ ขึ้นไป รวมทั้งฝึกวิปัสสนาเพิ่มเติม จึงจะเห็นผลของวิชาดวงธรรม ซึ่งวิชาดวงธรรมนี้ พระอาจารย์เสกสรรค์ ได้รับการถ่ายทอดมาจากอาจารย์ผู้ฝึกฝนให้ จนท่านสามารถถ่ายทอดวิชาดวงธรรมให้กับลูกศิษย์ลูกหา เพื่อนำไปสงเคราะห์กับผู้ที่มาขอความช่วยเหลือในด้านต่างๆ
วิชาดวงธรรมนี้จะมีถึง ๕ ห้อง หรือ ๕ ขั้น คุณประโยชน์ของห้องธรรมแต่ละขั้น มีความแตกต่างกันไป โดยสิ่งนี้จะเกิดขึ้นเอง เมื่อได้เรียนผ่านขั้นห้องดวงธรรมต่างๆ การพิจารณาธรรมต่างๆ โดยการถามดวงธรรมที่อยู่ในกายของตนที่ได้รับการประจุมา รวมถึงการฝึกวิปัสสนา จะได้รับคำตอบที่เกิดขึ้นเอง ในสมาธิในธรรมที่เกิดขึ้น คล้ายๆ กับมีสิ่งใดมาบอกให้เราหยั่งรู้สมาธิจิตนั้น
พระอาจารย์เสกสรรค์ ท่านจะทำการถ่ายทอดให้กับศิษย์ที่จะฝึกวิชาดวงธรรมในวันอังคาร เพราะถือว่าเป็นวันแข็ง ในการฝึกรับประจุดวงธรรม มีกฎข้อห้ามต้องประพฤติปฏิบัติหลายๆ อย่าง พระอาจารย์จึงไม่ถ่ายทอดให้กับผู้ใดผู้หนึ่งง่ายๆ จนกว่าจะมั่นใจว่า ศิษย์ผู้นั้นจะสามารถปฏิบัติตามข้อห้ามอย่างเคร่งครัด เพราะหากผิดกฎข้อห้ามของครูบาอาจารย์ที่บอกไว้แล้ว ย่อมไม่เกิดผลดีต่อผู้ปฏิบัติผิดแน่ ซ้ำยังเป็นผลร้ายกับผู้นั้นด้วย ทำให้ชีวิตประสบกับปัญหาต่างๆ ซึ่งอาจเห็นผลในชาตินี้
ข้อปฏิบัติและข้อห้าม สำหรับผู้เรียนวิชาดวงธรรม ๑. ต้องรักษาศีล ๕ ให้บริสุทธิ์ ๒. ห้ามทานเนื้อมังสัง ทั้ง ๑๐ อย่าง อันได้แก่ เนื้อมนุษย์, เนื้อช้าง, เนื้อม้า, เนื้อสุนัข, เนื้องู, เนื้อราชสีห์ (สิงโต), เนื้อเสือโคร่ง, เนื้อเสือดาว, เนื้อเสือเหลือง และเนื้อหมี ๓. ห้ามทานเนื้อดิบๆ ๔. ห้ามผิดลูกผิดภรรยาผู้อื่น
บุคคลที่สามารถปฏิบัติได้เร็วหรือช้าของวิชาดวงธรรม ย่อมขึ้นอยู่กับความเอาใจใส่ ขยันหมั่นเพียรในการฝึก จะทำให้ดวงธรรมเข้มแข็งขึ้น สามารถนำออกมาช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้อย่างดี และต้องอยู่ในกฎระเบียบที่เคร่งครัดทั้งการปฏิบัติและการอบรม ทั้งพระและฆราวาส เพราะต้องระมัดระวังตนเองอย่างยิ่ง ที่จะไม่ผิดกฎข้อห้ามของการฝึกดวงธรรม
อีกสิ่งหนึ่งคือ บุคคลทุกคนที่เกิดมาในโลกนี้ มีบุญกรรมและวาสนาบารมีที่แตกต่างกัน การเรียนวิชาเริ่มต้นที่จุดเดียวกัน เวลาและสถานที่เดียวกัน แต่ผลออกมาต่างกัน บางคนไปโลดสอบผ่านฉลุย บางคนต้องรอเวลาอีกระยะหนึ่ง บางคนกรรมยังหนักอยู่ต้องขับกรรมก่อน ฉะนั้น ผลที่ได้รับจึงเปรียบเหมือนคนเดินทางไปยังจุดหมายปลายทาง ณ สถานที่เดียวกัน บางคนไปโดยเครื่องบิน บางคนขับรถยนต์ บางคนไปทางรถไฟ บางคนขับมอเตอร์ไซค์ บางคนปั่นจักรยาน และบางคนเดินไป
ถ้าใครใช้วิธี เดินไป อันนี้หนักสุดๆ ต้องเข้าพิธีบังสกุลเป็น บังสกุลตาย หรืออาบน้ำมนต์รักษาโรค แล้วแต่ว่าจะหนักหนาสาหัส ขนาดไหน ซึ่งพระอาจารย์ท่านจะบอกกับลูกศิษย์เป็นรายบุคคลไป
วัตรปฏิบัติ (การปฏิบัติตามศีลธรรม หรือหน้าที่ คือ ตามศีล) ศีลาจารวัตร (การรักษาศีล และจรรยามารยาท) ของพระอาจารย์เสกสรรค์ ที่สามารถสัมผัสได้ถึงความสง่างาม สงบ ความอบอุ่น มีเมตตาที่สามารถรับรู้และสัมผัสได้ถึงกระแสของศีล ข้อปฏิบัติที่น่าเลื่อมใสศรัทธา ที่พระอาจารย์ท่านปฏิบัติตามบทพระวินัย ของพระป่า มีหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ซึ่งเป็นผู้นำกองทัพธรรม ได้เป็นแบบอย่างให้ได้ปฏิบัติตาม คือ
การบิณฑบาตเป็นนิจไม่ได้ขาดเลย หากไม่มีเหตุอันจำเป็นจริงๆ การบิณฑบาตตามอาวุโสและเป็นแถว การเคารพหลักอาวุโสของพรรษาด้วยความนอบน้อม การฉันในบาตรเป็นนิจทุกวันไม่ได้ขาด และฉันเพียงมื้อเดียว การฉันเจใน ๑ ปี จะฉันติดต่อกันประมาณ ๑ เดือน การครองผ้า ๓ ผืนเป็นนิจ จนเกิดบารมีธรรม การไม่แตะปัจจัยอันเป็นบ่อเกิดของกิเลส การปลงอาบัติเมื่อรู้ที่ถึงแม้ผิดเพียงเล็กน้อย การสวดมนต์ทำวัตรเช้าเย็นมิได้ขาด แผ่เมตตาไปยังสรรพสัตว์ให้มีความสุขและมีเมตตาต่อกัน การฝึกอบรมพระและเณรในวัด ได้รู้จักข้อปฏิบัติที่ดีงาม อบรมแนะนำด้วยความเมตตา เจริญวิปัสสนากรรมฐานและอบรมให้กับลูกศิษย์ทุกๆ รูป และทุกๆ คน เพื่อให้การปฏิบัติธรรมเป็นไปในทางได้ลด ละ เลิก อันเป็นบ่อเกิดของกิเลสต่างๆ วันที่ ๔ มิถุนายน ของทุกๆ ปี จะมีงานบุญวันเกิดของพระอาจารย์เสกสรรค์ กิตฺติสาโร ซึ่งศิษย์จากทั่วสารทิศ จะเดินทางมารวมกันที่วัดภูนิมิตเกาะบำรุง เพื่อกราบนมัสการ ร่วมมือร่วมใจกันเป็นหนึ่งเดียว และตั้งโรงทานกันเป็นประจำทุกๆ ปี ท่านจะมอบทุนการศึกษาสำหรับเยาวชน รวมถึงเด็กนักเรียนในเขตพื้นที่ต่างๆ ก็จะได้รับแจกทุนการศึกษาตลอดถึงหน่วยงานราชการที่ขอความอนุเคราะห์ ก็จะมารับจากพระอาจารย์ในวันนี้เช่นเดียวกัน การเดินทางไปยังวัดภูนิมิตเกาะบำรุงนั้นสะดวกมาก ถ้ามาจากกรุงเทพฯ ใช้เส้นทางถนนมิตรภาพ ผ่านสระบุรีปากช่อง แยกซ้ายออกชัยภูมิ ผ่านด่านขุนทด อำเภอจัตุรัส ใช้เส้นทางเลี่ยงเมืองชัยภูมิเพื่อไปแก้งคร้อ ผ่านภูเขียว เข้าอำเภอ ชุมแพ แล้วให้ไปตามเส้นทางที่จะไปอำเภอหล่มสัก จังหวัดเพชรบูรณ์ ผ่านอำเภอคอนสารตรงไปยังอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว ระยะทางจากอำเภอชุมแพไปถึงวัดภูนิมิตเกาะบำรุงประมาณ ๓๘ กม. ทางเข้่าวัดอยู่ทางด้านซ้าย บริเวณบ้านปลวกแหลม ต.ทุ่งพระ อ.คอนสาร เลี้ยวเข้าทางถนนลูกรังประมาณ ๒ กม. ซุ้มประตูวัดภูนิมิตเกาะบำรุงอยู่ทางขวามือ เลี้ยวตรงไปตามถนนซีเมนต์ ประมาณ ๓๐๐ เมตร ด้านซ้ายมือเป็นศาลากิตฺติสาโรอนุสรณ์กำลังก่อสร้าง และกุฏิสงฆ์อยู่ด้านขวา
เส้นทางจากชุมแพไปถึงวัดภูนิมิตเกาะบำรุง ระยะทางประมาณ ๓๘ กม. จะมีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย เช่น เขื่อนจุฬาภรณ์ เขตพิทักษ์พันธุ์สัตว์ป่าทุ่งกะมัง บ่อน้ำผุดนาเลา ไกลออกไปหน่อยจะเป็นอุทยานแห่งชาติน้ำหนาว อุทยานแห่งชาติภูกระดึง อุทยานแห่งชาติภูผาม่าน กุ้ยหลินเมืองไทย ในช่วงฤดูหนาว อากาศบริเวณวัดภูนิมิตเกาะบำรุงจะหนาวเย็นจริงๆ เนื่องจากมีภูเขาอยู่ด้านหลัง ส่วนในช่วงฤดูร้อนอากาศสบายๆ ในตอนกลางคืน
|