|

ความอยากมีอยากได้เป็นธรรมดาสามัญของมนุษย์ปุถุชน ที่ยังมีชีวิตท่ามกลางกิเลสตัณหา จะว่าความอยากไม่ดีก็ไม่ใช่ จะว่าความอยากเป็นสิ่งที่ดีก็ไม่เชิง การสร้างว่าที่รัฐสภาใหม่เป็นสิ่งดีงามที่เกิดขึ้น และจะดียิ่งขึ้นหากสิ่งที่ดีงามนั้น เกิดคุณค่าอย่างแท้จริง ภาพด้านบนคือสภาพบรรยากาศโดยรอบ ของสถานที่ตั้งรัฐสภาใหม่และเก่าของออสเตรเลีย ที่เห็นอยู่ฝั่งตรงข้าม
เรื่องราวการสร้างว่าที่รัฐสภาใหม่เริ่มด้วยเค้าลางที่น่าสงสัย เป็นข่าวแบบแว๊บก็มา แล้วเงียบหายไปซุ่มโป่งรอโผล่ให้งงแด๊กไปทั่วประเทศ เป็นยุทธวิธีใหม่ในการรุกฆาตประชาชน ให้ผู้คนลืมๆ ไปเพราะไม่มีข่าวคราวจึงดูเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ระวังไว้เถิดพี่น้องรัฐบาลไทยมันเหมือนสปายแวร์ รู้อีกที...มันโซ้ยเราแล้ว เพราะเรารู้เรื่องกันแต่ละที ไอ้เพื่อนที่ช่วยเราทำนามันยังดีกว่า ที่จะมารับรู้ข่าวว่ารัฐบาลเราเก่งขนาด แบบทำสัญญาให้เอกชนฟ้องร้องเรียกค่าเสียหาได้ แก้สัมปทานก้อได้ ไม่จ่ายค่าสัมปทานก้อได้เพราะตูไม่กำไรง่ะ! ธุรกิจแบบนี้หาไม่ได้อีกแล้วพี่น้อง มีแต่ได้กับได้ เรามักมีรัฐบาลที่สร้างความเสียเปรียบได้ไม่เหมือนใครในโลก...555 ไม่เหลือเล๊ย!(ฉลาดไปหมด) แล้วระดับโลกจะเหลือไม๊ครับคุณพี่? แล้วพี่ๆ ข้าราชการเอ๋ย...เงินที่เสียไปน่ะ หม้อข้าวพวกพี่ทั้งน้านแหละ
สำหรับว่าที่รัฐสภาใหม่แบบที่ได้รับการคัดเลือก "มีการนำหลักการสถาปัตยกรรมไทยแบบแผนไตรภูมิตามพุทธคติ มาเป็นแรงบันดาลใจออกแบบ ...และเป็นโอกาสที่จะเป็นรัฐสภาระดับโลก ฟื้นสันติภาพ พลิกฟื้นจิตวิญญาณของมนุษย์โลก โดยการสถาปนาเขาพระสุเมรครั้งใหม่ในยุครัตนโกสินทร์"
ดูเจตนาดีในการอธิบายหลักคิดแต่ไม่ถูกเรื่อง ด้วยไตรภูมิเป็นเรื่องราวที่บ่งบอกการเวียนว่ายไปสู่ภพภูมิต่างๆ เพื่อให้เป็นสติแก่การสร้างสมความดี จึงดูไม่เหมาะนัก และนี่ขนาดชาวบ้านท้วงติงเอาเรื่องพื้นที่ยังไม่หยุดเลย สำหรับเรื่องอธิบายจะสถาปนาเขาพระสุเมรุ ก็ผิดหนักเข้าไปอีก เพราะเขาพระสุเมรุเป็นหลักคิดของพราหมณ์ ไม่เหมาะสมที่จะนำมาใช้กับรัฐสภา แต่เหมาะควรที่จะนำมาใช้ผสมผสานในด้านพุทธศาสนามากกว่า เพราะทั้ง 2 ต่างมีหลักคิดที่เหมือนกันว่า "การทำความดีจะนำไปสู่ภพภูมิที่ดี"
การสร้างว่าที่รัฐสภาใหม่โดยอ้างอิงเขาพระสุเมรุ มันไม่สูงเกินไปหน่อยหรือท่าน อย่าบอกน่ะว่ากำลังทำในสิ่งที่คิด คิดในสิ่งที่ทำ ก้ออย่าทำเล่นไปเพราะคติความเชื่อในศาสนาพราหมณ์นั้น เขาพระสุเมรุถือว่าเป็นสถานที่อันสูงสุดแห่งพระศิวะเจ้า เป็นที่พำนักขององค์พระศิวะเจ้า และเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของผู้นับถือพระศิวะให้ความเคารพกราบไหว้บูชา เป็นยังงัยครับพี่น้องความสำคัญของเขาพระสุเมรุตามคติความเชื่อของพราหมณ์ ที่มนุษย์เดินดินบังอาจนำมาใช้ นี่แหละที่เรียกว่ารนหาที่ คนโบราณเขาเรียกว่าไม่รู้จักที่ต่ำที่สูง ถ้าลักษณะนี้เป็นวัดหรือสังเวชนียสถานไปไม่เสียหาย แต่ถ้าสร้างรัฐสภามันไม่เป็นมงคลต่อสถานที่และคนที่จะใช้ อย่างที่เกจิอาจารย์บอกไว้ว่า "มันผิดที่ผิดทาง"
หากมองอีกนัยว่ากำลังคิดอะไรกับประชาชนคนไทย เพราะที่มีรัฐสภาปัจจุบันใช้ทำงาน ความสุขของประชาชนไทยหายไปไหนไม่รู้ ขนาดที่รัฐสภาเก่านี่ก็เหลือจะทนจริงๆ นะท่านผู้ทรงเกียรติครับ ภาพที่ผ่านทางสื่อต่างๆ เงินเดือนก็โคตะระแพงยังหนีประชุม สร้างปัญหาสารพัดในสภา ชาวบ้านเขาเอือมแล้วครับ...น่าเก็บไปคิดหน่อย แต่ฟันธงได้เลย เดี๋ยวก็ลืม
ตัวอย่างที่มีการนำหลักของเขาพระสุเมรุมาใช้ โดยส่วนใหญ่นำมาสร้างสถานที่ของการเคารพบูชากราบไหว้ เพื่อการเข้าถึงคติธรรมต่างๆ ปัจจุบันสถานที่ที่มีการใช้หลักของเขาพระสุเมรุได้แก่ ปราสาทนครวัด ในประเทศกัมพูชา และวัดไชยวัฒนาราม ในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

ภาพมุมสูงของปราสาทนครวัด ใช้หลักเขาพระสุเมรุและตั้งวางอยู่กลางน้ำขนาดใหญ่
ปราสาทนครวัด มีอาณาบริเวณกว้างขวางมากทรงสี่เหลี่ยมผืนผ้ากว้าง 1,500 เมตร ยาว 1,300 เมตรขนาดใหญ่มากถึง 1,950,000 ตารางเมตร ตัวปราสาท สูง 60 เมตร ยาว 100 เมตร และกว้าง 80 เมตร จากแผนผังที่ถือว่าจำลองแบบศูนย์กลางของจักรวาลที่เรียกว่าเขาพระสุเมรุมีปราสาท 5 หลังตั้งอยู่บนฐานสูงตามคติพราหมณ์ มีกำแพงด้านนอกยาวด้านละ 1.5 กิโลเมตร มีคูน้ำล้อมรอบตามแบบมหาสมุทรทั้ง 4
อาณาบริเวณของปราสาทนครวัด กินพื้นที่โดยประมาณ 1,250 ไร่ สร้างโดยสุริยวรมันที่ 2 ตรงกับ พ.ศ. 1656-1693 ซึ่งเป็นกษัตริย์ขอมที่เป็นเจ้าผู้มีอำนาจแถบที่ราบสูงโคราชมาก่อน(คนไทย) ก่อนที่จะเป็นใหญ่ในอาณาจักรพระนคร ขึ้นครองราชย์เมื่ออายุ 16 ปี ในสมัยพระองค์เน้นการบูชาพระวิษณุ โดยมีความเชื่อว่าต้นแบบปราสาทนครวัดนั้น มาจากปราสาทหินพิมายในบ้านเรา

วัดไชยวัฒนาราม ได้สร้างขึ้นในปีพ.ศ. 2173 โดยพระเจ้าปราสาททอง พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯให้สร้างขึ้นบนที่ที่เป็นบ้านเดิมของพระองค์ เพื่ออุทิศพระราชกุศลถวายพระราชมารดา แต่สถาปัตย์กรรมละม้ายคล้ายปราสาทนครวัด อีกทั้งรัชสมัยพระเจ้าปราสาททองนั้นทรงชนะเขมร จึงน่าจะสร้างขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะเหนือนครละแวก โดยจำลองแบบมาจากปราสาทนครวัด
วัดไชยวัฒนารามสร้างบนพื้นที่ 160 เมตรยาว 310 เมตร มีปรางค์ประธานและปรางค์มุมอยู่บนฐานเดียวกัน พระปรางค์ประธานนำรูปแบบของพระปรางค์สมัยอยุธยาตอนต้นมาก่อสร้าง แต่ปรางค์ประธานที่วัดไชยวัฒนารามทำมุขทิศยื่นออกมามากกว่า บนยอดองค์พระปรางค์ใหญ่อาจเคยประดิษฐานพระเจดีย์ขนาดเล็ก สื่อถึงพระเจดีย์จุฬามณีบนยอดเขาพระสุเมรุ ตามความเชื่อที่ว่าพระเจดีย์จุฬามณีอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์(อันนี้หลักพุทธนำมาปรับประยุกต์ไม่ใช่หลักพราหมณ์) รอบพระปรางค์ใหญ่ล้อมรอบไปด้วยระเบียงคตที่เดิมนั้นมีหลังคาภายใน ระเบียงคตประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นปางมารวิชัยที่เคยลงรักปิดทอง จำนวน 120 องค์ เป็นเสมือนกำแพงเขตศักดิ์สิทธิ์ ตามแนวระเบียงคตตรงทิศทั้งแปดสร้างเมรุทิศ และเมรุมุม (เจดีย์รอบๆ พระปรางค์ใหญ่) ภายในเมรุทุกองค์ประดิษฐานพระพุทธรูปทรงเครื่อง ภายในซุ้มเรือนแก้วล้วนลงรักปิดทอง ฝ้าเพดานทำด้วยไม้ประดับลวดลายลงรักปิดทอง

เมรุเป็นทรงปราสาท ซ้อนลดหลั่นกันขึ้นไป 7 ชั้น รองรับส่วนยอดที่ชื่อที่มานั้นนำมาจากเมรุพระบรมศพพระมหากษัตริย์สมัยพระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีแนวความคิด มาจากคติเขาพระสุเมรุ
พระอุโบสถ สร้างอยู่ทางด้านหน้ากำแพงเมรุทิศเมรุราย นอกระเบียงคต ปัจจุบันเหลือแต่ฐาน ข้างๆมีเจดีย์ย่อมุมไม้สิบสอง มีกำแพงล้อมรอบโบราณสถานสำคัญแหล่านี้ถึง 3 ชั้น และมีปรางค์เจดีย์ขนาดย่อมอีกจำนวนหนึ่งซึ่งสร้างเพื่อในภายหลัง
วัดไชยวัฒนารามเป็นวัดหลวงที่บำเพ็ญพระราชกุศลของพระมหากษัตริย์สืบต่อมาหลังจากนั้นทุกพระองค์ จึงได้รับการปฏิสังขรณ์สืบต่อมาทุกรัชสมัย เป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพพระบรมวงศานุวงศ์เกือบทุกพระองค์ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวบรมโกศ สิ้นพระชนม์ก็ได้ถวายพระเพลิงที่วัดนี้ เมื่อคุณผู้อ่านมาถึงตรงนี้ คงได้เห็นเหตุปัจจัยของเขาพระสุเมรุแล้ว งานนี้เอาให้ดี...เอาให้เหมาะเถอะว่าที่รัฐสภาใหม่
หลักพราหมณ์เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของพระศิวะเจ้า เป็นที่เคารพบูชาของผู้ที่เคารพท่าน ทางหลักพุทธเชื่อตามหลักไตรภูมิว่าบนเขาพระสุเมรุคือพระเจดีย์จุฬามณีอยู่บนสวรรค์ชั้นดาวดึงส์ เป็นอนุสติบ่งบอกการเวียนว่ายตายเกิด ทำดีได้สวรรค์ภูมิ ทำชั่วก้อได้นรกภูมิ วัดไชยวัฒนารามเป็นสถานที่ถวายพระเพลิงศพในอดีตก้อด้วยคติไตรภูมิเช่นกัน ทีนี้ล่ะพ่อคู๊ณ...ทำดีทำให้ถูกต้อง ให้ได้ตามหลักเขาพระสุเมรุน่ะ มันจึงจะเป็นเขาพระสุเมรุ ไอ้ที่ไปเอามานิดหยิบมาหน่อยแล้วสรุปเป็นเขาพระสุเมรุมันก้อผิด
ทีนี้ถ้าสร้างไปแล้วหรือมาคิดอธิบายใหม่ได้ว่า...เฮ้ย!! ไม่ๆ ไม่ใช่เขาพระสุเมรุ ก้อต้องถอยมาเข้าหลักไตรภูมิที่อธิบายไว้(เราให้สิทธิ์คุณเลือกนั้นทันที) งานนี้ก็เข้าทาง...แต่เข้าทางส่งไปสู่สวรรค์ล่ะครับพี่น้อง เพราะหลักไตรภูมิในพุทธคติมันเป็นเรื่องการเวียนว่ายตายเกิด อย่างที่เห็นจากวัดไชยวัฒนารามนั่นแหละ ขนาดชาวบ้านเห็นแบบแว๊บ มันวาบให้คิดถึง "เมรุ" มากกว่า อันนี้ก้อต้องร้องเพลงโกหกนั้นตายตกนรกน่ะ... จุ๊บ จุ๊บ
และเมื่ออยากเป็นดั่งเขาพระสุเมรุสมดังที่จะสถาปนา ทีนี้ล่ะคนที่จะอยู่ใช้รัฐสภาก็เตรียมตัว...และถ้าอยากรู้จักพระศิวะเจ้าว่าเวลาท่านเข้มจะขนาดไหน ก็รีบไปหาประวัติท่านอ่านดู แหมงานสร้างประวัติศาสตร์ว่าที่รัฐสภาใหม่คราวนี้...แจ่มจริงๆสุดท้ายไปบรรจบที่เดียวกันได้ทั้ง 2 ด้าน แบบที่เลือกออกมามันสุดยอดจริงๆ ครับพี่น้อง ไม่ว่าจะออกหัวออกก้อย
ตรีเนตร เขียน 10/12/52 : 10.25 น.
∞ บทความที่เกี่ยวข้อง : รัฐสภาไทยสัปปายะสถาน เทียบรัฐสภาออสเตรเลีย ∞ บทความที่เกี่ยวข้อง : สถานที่ตั้งรัฐสภาแห่งใหม่ ฮวงจุ้ยไม่ดี ผิดที่ผิดทาง ∞ บทความที่เกี่ยวข้อง : รัฐสภา ใหม่"สัปปายะฯ" ฮวงจุ้ยไม่ดี ผิดที่ผิดทาง#2 ∞ บทความที่เกี่ยวข้อง : ถอดรหัส รัฐสภาใหม่ "สัปปายะสถาน" รูปแแบพระสุเมรุ
ขอขอบคุณภาพจาก : www.manager.co.th, www.oknation.net/blog ,http://th.wikipedia.org/wiki/
|