|

ในยุคสมัยของพระนางซูสีไทเฮา ที่บริหารแผ่นดินอยู่หลังม่าน สมัยซูสีไทเฮาเป็นช่วงที่เล่าขานถึงตำนานฮวงจุ้ย ว่ามีพระลามะที่มีความรู้ด้านฮวงจุ้ยและไสยศาสตร์ พวกพิธีกรรมต่างๆ มาแนะนำให้ซูสีไทเฮาทำฮวงจุ้ย และอาถรรพ์ต่างๆ ในพระราชวัง ชนิดที่เรียกกันว่า "ฮวงจุ้ย 100%" คืออะไรที่พระลามะดำแนะนำว่าดีทำหมด
ผลก็คืออย่างที่เห็นในประว้ติศาสตร์ โดนทหารเปลี่ยนแปลงการปกครอง ประเทศวุ่นวายด้วยไฟสงคราม มีสงครามกับญี่ปุ่น สงครามแย่งอำนาจภายในระหว่างหัวเก่ากับหัวก้าวหน้า แถมยังโดนพวกฝรั่งหัวแดงแบ่งพื้นที่ปกครอง ที่เรียกว่าสิทธินอกอาณาเขต ทั้งดินแดนฮ่องกงและมาเก๊า กดขี่ข่มเหงชาวจีน บ้านเมืองมีแต่ศึกสงคราม อ้อ..แถมสงครามโลกครั้งที่ 2 ให้อีกกรณี คนจีนต้องตายกันเป็นล้านๆ อันนี้ไม่มีแม่น้ำผ่าเมืองน่ะครับพี่น้อง
เพราะซูสีไทเฮาเอางบประมาณด้านการทหารไปลงทุนสร้างวัง ซึ่งแทนที่พระนางซูสีไทเฮา จะนำเงินก้อนดังกล่าวไปเสริมสร้างกองทัพเรือ ตามแผนยุทธศาสตร์ที่วางไว้ แต่กลับนำเงินไปสร้างฮวงจุ้ยวางอาถรรพ์ต่างๆ ตามคำแนะนำพระลามะ ที่ไม่ใช่พระลามะที่เป็นพุทธศาสนาจากธิเบต ที่ยึดถือองค์พระพุทธเจ้าเป็นสรณะ พระธิเบตที่นั่นไม่ใช่มีฮวงจุ้ยเป็นสรณะ และคำว่า "ลามะ" มีความหมายว่า "อาจารย์" แล้วเรื่องนี้แหละเป็นที่มาของตำนานเล่าขานว่าฮวงจุ้ยราชสำนักล่ะครับ
แล้วยังไม่พอแถมจบสงครามโลกปั๊ป คนจีนก็หันมาฟัดกันต่อระหว่างกองทัพเหมา กับกองทัพเจียงไคเช็ค นี่ขนาดไม่มีแม่น้ำผ่าเมืองแบบไทยน่ะ ตีกันมันส์ยิ่งกว่าประเทศไทย จะว่าฮวงจุ้ยยังงัยลองถามซินแสดูแล้วกัน แล้วต้องไม่ลืมว่า ประเทศจีนก็ยังคงมีพระราชวังต้องห้าม และปักกิ่งยังคงเป็นเมืองหลวงของจีนในปัจจุบัน พูดแบบฮวงจุ้ยว่าจุดเด่นที่ตั้งไม่เปลี่ยนแปลงด้วย ทุกวันนี้ประเทศจีนมีความเจริญรุดหน้า และมีเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ทั้งที่สร้างมาตั้งแต่สมัยหย่งเล่อ ก็ไม่น้อยกว่า 5,000 ปีมาแล้ว
สำหรับเว็บเกจิอาจารย์มองว่า "เกี่ยวกับคน" คนที่จะนำพาการบริหารประเทศ คนสามารถทำให้บ้านเมืองเสียหาย หรือทำให้บ้านเมืองเจริญ เพราะคนนี่แหละส่วนสำคัญที่สุด คนนี่แหละทำดี(บุญ)ก็ได้ ทำชั่ว(บาป)ก็ได้ สำหรับประเทศจีนเป็นตัวอย่าง ถ้าเทียบกับประเทศจีนผู้บริหารประเทศ หรือผู้นำคือพระนางซูสีไทเฮา ไม่ได้มุ่งทำประโยชน์เพื่อประเทศและประชาชนในชาติ หรือสร้างประโยชน์เพื่อแผ่นดิน แต่พระนางซูสีไทเฮามองเห็นแต่ตัวเอง รักแต่ตัวเอง ทำฮวงจุ้ย ทำทุกอย่างเพื่อตัวเองเป็นหลัก หวังให้มีชีวิตยืนยาวนาน สุขสบายตราบนานเท่านาน ในขณะที่บ้านเมืองประเทศชาติวุ่นวาย คนในชาติเดือดร้อนต่างๆ นานา
หันมาเปรียบเทียบจีนกันเอง ในยุคสมัยของเติ้งเสี่ยวผิง ได้วางแผน 1 ประเทศ 2 ระบบ และมีการคัดเลือกบุคลากรผู้ที่มาบริหารต่อ ดำเนินการตามหลักการบริหาร ทำเพื่อนำพาให้ประเทศจีนยิ่งใหญ่ สร้างศักดิ์ศรีความภาคภูมิใจให้กับคนจีน ที่เคยถูกดูแคลนว่าล้าหลัง เป็นงัยล่ะยิ่งใหญ่จนหัวแดงยังต้องมาลงทุน ประเทศจะมีสภาพหรือสภาวะใด จึงขึ้นอยู่กับตัวผู้นำหรือผู้บริหารประเทศ ก็คือคนเป็นนี่แหละ เพื่อเห็นแก่ตัวเองหรือประเทศชาติ นี่คือความแตกต่างของบุคคล 2 คน 2 ยุค
ที่ยกมาก็อยากให้ คนที่สนใจเรื่องฮวงจุ้ย ควรเข้าใจหลักการของฮวงจุ้ยให้ดี "หลักก็ต้องเป็นหลัก" และไม่ได้อยู่แค่พื้นที่หรือชัยภูมิแต่เพียงอย่างเดียว ยังขึ้นอยู่กับฟ้าหรือที่เราพูดกันเท่ห์มากคือ "ฟ้าลิขิตหรือฟ้ากำหนด" นั่นแหละ และที่เน้นย้ำก็คือบุคคล หรือคนเรานี่แหละ แม้ฟ้าจะให้หรือกำหนดมา ไม่ว่าจะดีร้ายอย่างไรก็ตาม แต่หากคนๆ นั้น เป็นผู้ที่มีคุณธรรม ประพฤติดีปฎิบัติชอบ ฟ้าก็ย่อมให้โอกาสแก่คนๆ นั้น อย่างเป็นธรรมเสมอ ดังที่เว็บเกจิอาจารย์มักกล่าวอยู่เสมอว่า "คนนั้นมีปัญญา แต่ฟ้ามีกฎเกณฑ์" ดีชั่วไม่พ้นแน่
ดังนั้น ต่อให้คุณมีฮวงจุ้ยดี มีชะตาวาสนามาดี มีความมั่งคั่ง แต่การเกิดมาเป็นคนนั้น ก็ด้วยผลบุญและกรรมเก่าที่หนุนส่งมา ไม่รู้ว่ากรรมเก่าหมดหรือยัง แต่ดันมาก่อกรรมใหม่อีกในปัจจุบัน จิตใจไร้คุณธรรม เบียดเบียนเพื่อนมนุษย์ อย่าหมายว่าจะยืนยง ฟ้านั้นมีความเป็นธรรมเสมอ เพียงแต่จะช้าหรือเร็วแค่นั้นแหละ..โยม หากยกว่าตัวเองเป็นพวกวิทยาศาสตร์สมัยใหม่ ต้องพิสูจน์ได้ไม่งมงายไร้สาระ ถ้าวิทยาศาสตร์ว่าสสารต่างๆ ไม่มีการสูญหายแต่เปลี่ยนรูปน่ะ ในทำนองเดียวกัน?กรรมก็ไม่มีสูญหายเหมี๋ยนกัลล์....ขอบอก ทำกรรมชั่วไว้มากมายแล้วจะมาทำบุญแบบไม่อั้น หรือทำบุญเต็มที่เพื่อให้บรรเทากรรมลง ซึ่งถ้าทำกรรมแล้วจะมาทำบุญหนีกรรมได้...ชาตินี้ฝันไปเถอะโยม ถ้าได้ก็หลุดกันหมดแล้ว.. นี่แหละคือความยุติธรรมของฟ้า ที่ยกมาเพื่อบอกก่อนว่าวิทยาศาสตร์ไม่ใช่คำอธิบายทั้งหมด และฮวงจุ้ยก็ยังคงเกี่ยวพันกับเรื่องจิตวิญญาณ?เพราะจิตวิญญาณก็คือธรรมชาติที่มีอยู่ ดังนั้นเมื่อคุณดีจัดฮวงจุ้ยดี คุณก็ต้องได้ดี เมื่อตัวเองไม่ดีฉันใด คุณก็ต้องรับผลที่ไม่ดีเช่นกัน(ฮวงจุ้ยส่งเหมี๋ยนกัลล์...คร๊าบพี่น้อง 555 อ้นนี้ต้องบอก)
แต่ส่วนที่เห็นแล้วยิ่งขำไม่ออกก็คือ ทั้งๆ ที่ตัวซินแสเริ่มต้นพูดถึงฮวงจุ้ยน้ำผ่าเมืองไม่ดี พูดโยงมาถึงฮวงจุ้ยทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาไทย วิเคราะห์เป็นเรื่องเป็นราว ไม่ถูกหลักฮวงจุ้ยโน่นนี่ อ้างอิงหลักการพลัง หลักการทางวิทยาศาสตร์ ก็โอเคน่ะจ๊ะ..น่ะจ๊ะ แต่ที่ไม่เข้าใจก็คือ เมื่อว่าไม่ดีด้วยฮวงจุ้ยนานับประการที่กล่าวถึง แต่ไหงบทสรุปของท่านซินแส กลับกล่าวว่า "การเมืองไทยมีแนวโน้มที่ดีขึ้นในปี 2552 มีทางออกมากขึ้น แต่ดวงชะตาจะเป็นเช่นใด ต้องขอให้คนไทยร่วมมือกัน สมัครสมานสามัคคี เพื่อนำประเทศพ้นภัย"มันเรื่องเดียวกันตั้งแต่เมื่อไหร่ครับพี่น้อง ก็บอกฮวงจุ้ยไม่ดี แม่น้ำเจ้าพระยาของบ้านกระผมก็ยังไม่ได้ไปย้ายเลย?เวนคืนก็ยังไม่ได้ทำ ส่วนทำเนียบรัฐบาล และรัฐสภาก็อยู่เหมี๋ยนเดิม ยังไม่ได้เชิญสถาปนิกมารีโนเวทเลย แล้วไหงมันดีขึ้นในปี 2552 หว่า อันนี้เป็นงง ตกลงไม่ดีด้วยฮวงจุ้ย แต่ดันสวยด้วยโหราศาสตร์...เป็นไปได้ นี่ระดับซินแสยันฮีเลยน่ะเนี่ย
เมื่อว่ากันตามหลักวิทยาศาสตร์ด้วยเหตุและผล วิชาฮวงจุ้ยก็มีบริบทตามหลักวิชาเรื่องหนึ่ง วิชาโหราศาสตร์ก็เรื่องหนึ่ง ตกลงฮวงจุ้ยไม่ดี แต่ทางโหราศาสตร์ในปี 2552 ดี มันยังงัยๆ อยู่นาท่านซินแส ส่วนฮวงจุ้ยที่อ้างมายังไม่ได้แก้สักกะแห่งเลย โอ...ช่างมหัศจรรย์จริงๆ ฮวงจุ้ย เอ๊ยหรือโหราศาสตร์เนี่ย สรุปไม่ถูกเลยครับพี่น้อง?งั้นขอเชิญทุกท่านสรุปเองแล้วกัน...คร๊าบ
ขอบคุณภาพจาก ผู้จัดการออนไลน์
|