You are here:   Home เกจิฮวงจุ้ย "เจ้าที่" แท้จริงคืออะไร สัมภเวสีหรือเจ้าของที่เดิม?
"เจ้าที่" แท้จริงคืออะไร สัมภเวสีหรือเจ้าของที่เดิม? PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย ไท้เล่ากุง   
วันพฤหัสบดีที่ 24 กันยายน 2009 เวลา 20:04

เรื่องราวของ "เจ้าที่" หลายๆ ท่านมีคำถามและความสงสัยที่อยากรู้คำตอบว่ ตกลงเจ้าที่ท่านเป็นเทวดา เป็นวิญญาณ เป็นสัมภเวสี หรืออะไรกันแน่?...เพราะพูดกันไปมาจนคนที่กราบไหว้อยู่ก็ชักหวั่นไหว ก้อดันมาอยู่ในยุคสมัยอะไรๆ ต้องมีเหตุผล...ทุกสิ่งต้องพิสูจน์ได้ แต่แหมวิทยาศาสตร์ก้อยังพิสูจน์ให้รู้เรื่องไม่ได้สักที แต่ถ้าถามแบบวิชาการ "เจ้าที่" ความหมายตามพจนานุกรม หมายถึง"เทพารักษ์ หรือเทพที่คอยปกปักรักษาสถานที่" สำหรับชาวบ้านร้านถิ่นบางครั้งก็เรียกว่า "พระภูมิเจ้าที่"


คนไทยเรารู้จักและนิยมตั้งบูชากันมาช้านานแล้วนับแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน
และจะเรียกขานการตั้งศาลเจ้าที่ของคนไทยเราว่า "ศาลพระภูมิ" สำหรับคนจีน ก็มีประเพณีการตั้งไหว้เจ้าที่เหมือนของคนไทย แต่ชาวจีนเรียกขานท่านว่า "ตี่จู้เอี้ย" และมีความแตกต่างกับเจ้าที่ไทยตรงที่ธรรมเนียมของชาวจีน นิยมที่จะตั้งวางศาลเจ้าที่ไว้ภายในบ้าน โดยตั้งวางติดกับพื้นบ้านที่พักอาศัย และหลักการตั้งต้องตั้งท่านให้ตรงกับประตูบ้านหรือให้ท่านมองเห็นประตูเสมอ ลักษณะของศาลหรือตัวเรือนของศาลเจ้าที่จะมีสีแดง(เท่านั้น) สำหรับศาลเจ้าที่ไทยจะตั้งวางอยู่นอกตัวบ้านที่พักอาศัย แต่ยังคงตั้งวางอยู่ในเขตรั้วบ้านเดียวกัน ลักษณะของตัวศาลหรือตัวเรือนจะเป็นแบบเรือนทรงไทย ที่ตกแต่งดุจวิมานที่สวยงามตั้งวางอยู่บนเสาเดียว และมีหลากสีหลายแบบให้เลือกใช้ตามความชอบของท่านเจ้าของบ้าน


แล้วเจ้าที่...จะเป็นเทวดา วิญญาณ หรือสัมภเวสีล่ะ?

ธรรมดาแล้วเมื่อคนเราตายแล้วย่อมเป็นไปตามวิถีกรรมของตนตามแต่ภพภูมิที่จิตสุดท้ายผูกไว้ ส่วนที่จะผูกพันกับที่ดินเดิมของตนเองนั้นก็ได้อยู่...แต่น้อยมากนะครับ ถ้าไม่เป็นเพราะผูกจิตเอาไว้ด้วยเหตุอย่างแรงกล้า ไม่ใช่เป็นกันได้ง่ายๆ หรอก แต่เจ้าที่นั้นคุณเชื่อไหม?...เขาก้อเป็นเจ้ากรรมนายเวรของคุณนั่นแหละ แต่โปรดอย่าพึ่งตกใจไปเพราะ...เจ้ากรรมนายเวรมีทั้งฝ่ายกุศล คือมาช่วยเหลือเกื้อกูลกัน และเจ้ากรรมนายเวรฝ่ายอกุศล คือมาทวงกรรมเวรที่สร้างภพขาติกันมา ให้คุณต้องได้มาผูกพันกันในที่แ่ห่งนั้นแห่งนี้


สำหรับ "เจ้าที่" นั้นมีอยู่จริง ซึ่งหลายๆ ท่านนั้นก้อปรารถนาที่จะได้เห็นกัน แต่หากพยายามจะดูให้เห็นด้วยตาเนื้อเพื่อพิสูจน์นั้นคงยาก จะบอกว่านั่งสมาธิแล้วเห็นก็ยังไม่ถูกนัก (ถ้าต้องการเห็นจริงๆ คงต้องฝึกพวกกสิน) การที่เราไม่สามารถสัมผัสหรือรับรู้ได้ไม่ใช่ว่าไม่มี เพียงแต่ภาครับของคนเราไม่เปิดออก มันก็เหมือนกับโลกทุกวันนี้มีคลื่นวิทยุ สัญญาณดิจิตอลทีวี อินเตอร์เน็ตวายฟายไร้สาย ที่วิ่งทะลุทะลวงอีรุงตุงนังข้ามหัวเราไปมาอยู่ตลอดเวลา ทั้งๆ ที่เราก็มองไม่เห็นพวกมัน แต่ทุกคนต่างรับรู้ว่ามันก็มีอยู่ และที่รับรู้ว่าเจ้าคลื่นพวกนี้มีอยู่เพราะเปิดทีวีฟังวิทยุได้ เล่นอินเตอร์เน็ตได้(ชอบด้วยเร็วดี) นั่นเพราะคุณมีอุปกรณ์รับสัญญาณนั่นเอง ถ้าอธิบายอย่างนี้คงพอทำให้ทุกท่านเข้าใจได้


ถามว่าเมืองนอกหรือทางแถบตะวันตก จะมีเจ้าที่ไหม...?
เขาก็มีเจ้าที่ แต่จารีตเขาไม่เชื่อเรื่องเจ้าที่นี้ไม่มีสองมาตรฐานหรอก เพราะเมื่อมีก็ต้องมีเหมือนกันทั้งโลก(ผีฝาหรั่งเขายังมีเลย) เพียงแต่ไทยรับรู้และมีหลักคิดว่าเจ้าที่ต้องเป็นศาลพระภูมิ จีนก็ต้องเป็นตี่จู้เอี้ยจะเรียกท่านว่าเป็นเทพหรือเทวดาก็ได้ เพราะท่านอยู่ในระดับของเทวโลกแล้ว(ตามหลักไตรภูมิ) แหม..แต่ท่านใดจะเหมาว่าเป็นวิญญาณก็เอาเถอะ(แม้ไม่ผิดแต่ก็ไม่ถูกทั้งหมด) แต่ด้วยกรรมของคุณกับเขา(เจ้าที่)ที่เนื่องกันจึงได้มาอุปถัมภ์กัน สำหรับทางตะวันตกแม้มีเจ้าที่เหมือนกัน แต่เขาไม่ได้ให้ความสำคัญ ก็เหมือนต่างคนต่างอยู่กระนั้นหรือ?..ตอบว่าไม่ใช่ครับ! เขาก็ยังดูแลตามควร เมื่อมีอะไรที่เป็นสิ่งชั่วร้ายจะเข้ามาเขาก็ดูแล แต่เมื่อเจ้าของบ้านไม่ผูกพันหรือให้ความสำคัญ ก็เหมือนท่านดูแลฝ่ายเดียว แต่ก็ไม่ให้โทษภัยอะไร ยกเว้น...มีกรรมร่วมกันมาในทางผูกเวรประเภทที่ทั้งรักทั้งชังมาในอดีต เข้ามาอยู่ก็รับน้องใหม่ให้มีขโมยขึ้นบ้าน มีสัตว์ร้ายเข้าบ้าน มีเรื่องเสียเงิน มีเสียงนั่นเสียงนี่ให้ปรากฎแบบพยายามจะบอกว่า "มีข้าฯ อยู่ด้วยนะ" บางทีเจ้าของบ้านวิตถารทำอะไรไม่อายฟ้าดินก็ทำโทษบ้างเล็กน้อย แต่ทำอะไรมากไม่ได้ เพราะเขาก็เป็นเทพหรือเทวดาที่อยู่ฝ่ายกุศล


แล้วที่ว่าเจ้าที่คือ
สัมภเวสี หรือวิญญาณเจ้าของที่เดิมที่ตายไปแล้ว?
เรื่องนี้มีหลายความคิดเห็นที่มองว่า "เจ้าที่" คือเจ้าของที่ดินเดิมที่ตายไปแล้ว ตามหลักแห่งวัฎฎะคนที่ตายไปแล้วก็ต้องตามวิถีแห่งกรรมที่สร้างไว้ ไม่มีหรอกน่ะว่า..ถ้าฉันตายแล้วที่ตรงนี้ยังงัยก้อคือของๆ ฉันตลอดกาล แม้จะมีบ้างแต่ก็น้อยมากๆ เพราะสัตว์โลกมีกรรมเป็นที่พึ่งที่อาศัย มีกรรมเป็นของของตน มีกรรมเป็นเครื่องกำหนด ไม่ใช่คนตายจะเป็นคนกำหนด คิดกันแบบง่ายๆ ว่าถ้าตอนมีชีวิตก็ดิ้นรน ผ่อนบ้านก็ยังไม่หมด แต่พอตายขึ้นมาจะได้จับจองเป็นเจ้าของซะงั้น(ทั้งๆ ทีตอนมีชีวิตยังไม่มีปัญญารักษาไว้ แต่ตายแล้วดันเจ๋งซะงั้น) ถ้าอย่างนี้...จะไม่มองมุมกลับดูล่ะ...ว่าถ้ามีนักเลงโตตายไป แล้วยังอยากใหญ่คงนั่งเบนซ์เร่ร่อนไปคุมเจ้าที่บ้านโน้นบ้านนี้ มิวุ่นวายยิ่งกว่าตอนเป็นๆ หรอกหรือ? ดูแล้วยิ่งวุ่นวายยิ่งกว่าตอนมีชีวิตอีกนะ


ส่วนที่ว่าเจ้าที่คือ "สัมภเวสี" ซึ่งถ้าหมายถึงวิญญาณเร่ร่อน หรือเป็นวิญญาณที่ตายก่อนหมดอายุขัย ต้องบอกว่าก็ไม่ใช่อีก ถ้าว่ากันตามเหตุและปัจจัยตามหลักธรรม การที่จะเป็นวิญญาณเร่ร่อนหรือตายก่อนอายุขัย ก็เป็นเพราะมีกรรมที่มาตัดรอน เรียกว่าเป็นคนยังเป็นได้ไม่ครบอายุ ในเมื่อตอนมีชีวิตก็เป็นแค่คนธรรมดา(แถมตายก่อนกำหนด) ตายตกเป็นสัมภเวสีก็เป็นแค่วิญญาณดวงหนึ่ง ตายไปแล้วจะมีฤทธิ์มีเดชซะอีก(แล้ว) ทุกอย่างมีเหตุและปัจจัยตามหลักปฎิจจสมุปบาท(ปะ-ติ-จะ-สะ-มุ-ปะ-บาด) ไม่ได้มีขึ้นอย่างลอยๆ ไม่เช่นนั้นทุกคนก็ได้ตามที่ต้องการหมด จะดิ้นรนให้ทุกข์ใจทำไม 
แหมตอนนอนตายตัวก็เล็กกว่าโลงน่ะครับ(แถมลงโลงเองก็ไม่ได้ ต้องให้คนอื่นอุ้มลงอีก) เป็นคนมีลมหายใจทำอะไรยังไม่ได้ดังใจ อยากเป็นเจ้าที่ก็ไม่ง่ายเช่นกัน


ดังนั้น "เจ้าที่"
ท่านก็คือเทพหรือเทวดา ที่จะได้มาดูแลปกปักรักษาบ้านหรือสถานที่นั้นๆ ตามที่ท่านเจ้าของบ้านได้ทำพิธีเชื้อเชิญท่าน เพื่อให้เกิดความเป็นสิริมงคล อำนวยให้เกิดความร่มเย็นเป็นสุขแก่บ้านและสถานที่แห่งนั้น เพราะเทพหรือเทวดาถ้าท่านก็ต้องดำรงศีลประพฤติปฎิบัติไม่ต่างกับพระที่ต้องมีธรรม ถ้าท่านเจ้าของบ้านไม่เชื้อเชิญ ท่านก็ไม่เข้ามาท่านไม่มีหน้าที่ต้องมาวุ่นวายกับเรา แต่ถ้าคุณศรัทธาให้ความสำคัญมีความเคารพ ท่านก็มาอำนวยพรให้มีความร่มเย็นเป็นสุข มีความเจริญรุ่งเรือง ถ้าไม่พร้อมไม่อยากบูชาท่านก็ไม่ให้โทษกับใคร แต่ถ้าจะทำแล้วควรทำให้ถูกต้องจะได้เกิดความเป็นมงคลครับ


 

ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงที่มา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจ การค้า ห้ามดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด 

 

    สนใจติดต่อ-สอบถาม พื้นที่โฆษณา ประชาสัมพันธ์ ได้ที่  info@kaejiarjan.com

กำเนิดฮวงจุ้ยนิกายหมวกดำ หรือฮวงจุ้ยหมวกดำ 2
หลังจากเกจิอาจารย์ได้แนะนำ ให้ทราบที่มาของจุดเริ่มของสำนักฮวงจุ้ยนิกายหมวกดำ การกำเนิดขึ้นฮวงจุ้ยนิกายตันตริกหรือตันตระหมวกดำ ว่าผู้ที่ดำเนินการก่อตั้งคือ หลินหยุนไปแล้ว แต่ยังมีข้อที่น่าสนใจในด้านอื่นๆที่หลินหยุน (Lin-Yun) มีประ...

พยากรณ์ ตั้งชื่อ มงคลนาม

ชีวิตถูกเอาเปรียบ เธออยากใช้ชื่อ "ปีใหม่"
ห่างหายไปนาน ถือโอกาสรายงานตัวรับสงกรานต์ค่ะ อันที่จริงไม่ได้หายไปไห...

เกจิพระเครื่อง ของขลัง

วิชาดวงธรรม
 จากคำแนะของครูบาอาจารย์ว่า "วิชาดวงธรรมนี้ เป็นวิชาอัศจรรย์ สามารถฝ...

ฮวงจุ้ย เต๋า หมวกดำ

วัดลามะ ประวัติศาสตร์และตำนานเล่าขาน
ภายในกรุงปักกิ่ง มีสิ่งปลูกสร้างโบราณที่เก่าแก่ และมีเอกลักษณ์มากมาย...

บทความ ข้อเขียน ที่มีในเว็บเกจิอาจารย์ ขอสงวนลิขสิทธิ์ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ์ พ.ศ.2537 หากนำไปดัดแปลง ทำซ้ำ เพื่อประโยชน์ทางธุรกิจการค้า