|

"ตอนซื้อเราเลือกบ้าน ตอนอยู่บ้านเลือกเรา" คำกล่าวนี้เน้นถึงความสำคัญของอิทธิพลของบ้านที่อยู่อาศัย ที่จะส่งผลต่อผู้พำนักอาศัยในบ้านแต่ละหลัง ตั้งแต่เรื่องสุขภาพของผู้พำนัก ไปจนถึงความผาสุกของชีวิตและโชคลาภต่างๆ ถ้าได้บ้านที่มีฮวงจุ้ยที่ดี ถูกโฉลกกับชะตาชีวิต ย่อมช่วยส่งเสริมให้ผู้พักอาศัยในบ้าน และกิจการงานมีแต่ความสำเร็จ ในทางตรงกันข้าม ถ้าเราพักอาศัยในบ้านที่ไม่ส่งเสริมชะตาชีวิตเรา ก็มักจะพบกับอุปสรรคและปัญหา ต่างๆ นานา
 
บ้านไม่เพียงแต่มีความสำคัญดังกล่าว แต่บ้านยังสามารถชักนำและมีอิทธิพลต่อลักษณะนิสัย หรือบ่งบอกถึงลักษณะนิสัยของคนที่อยู่ในบ้านนั้น ที่เรียกว่าบ้านเลือกเรา ซึ่งเมื่อซินแสฮวงจุ้ยได้เห็นสภาพแล้ว ก็รู้ได้ว่าคนในบ้านจะเป็นอย่างไร รักใคร่กันหรือไม่ถูกกัน
ซึ่งเหตุต่างๆ จะปรากฎตามลักษณะของบ้านที่พักอาศัย ซึ่งไม่ใช่ความบังเอิญ แต่เป็นไปตามทิศทางและองค์ประกอบของสิ่งต่างๆ ภายในบ้าน และสภาพแวดล้อมแห่งนั้น ที่ล้วนมีอิทธิพลส่งผลกระทบต่อฮวงจุ้ยชีวิตคุณอยู่ตลอดเวลา แม้ชีวิตมีโชคชะตากำหนด แต่จังหวะชีวิตคุณเป็นคนเลือก การปรับแก้ฮวงจุ้ยก็มีความแตกต่างกันไปตามอาการของฮวงจุ้ยที่เกิดขึ้น
 
บ้านหลังนี้เกจิอาจารย์ได้มาตรวจฮวงจุ้ย และหาจุดที่ตั้งตี่จู้เพื่อปรับเสริมฮวงจุ้ย หลังจากที่สำรวจฮวงจุ้ยและมีการตกแต่งแล้ว บ้านหลังนี้โดยรวมสำหรับบุคคลดีทีเดียว เพราะสามารถจัดพื้นที่ใช้สอยห้องนอนต่างๆ ได้ลงตัวครบทั้ง 3 ห้อง แต่ก็ยังคงมีจุดที่มีปัญหาต้องปรับแก้อยู่บ้าง ก็จะเกี่ยวกับห้องน้ำห้องส้วม ที่บ้านสมัยใหม่จะคำนึงถึงความสะดวกสบาย จึงมักมีห้องน้ำอยู่ภายในห้องนอน เพื่อความสะดวกของผู้พักอาศัย ซึ่งทำให้ห้องชั้นล่างที่กำหนดเป็นห้องครัวเดิมได้รับผลกระทบ จากตำแหน่งที่ตั้งของห้องน้ำห้องส้วมไปด้วย จึงแนะนำให้ขยับย้ายไม่ใช้ในตำแหน่งนี้ อันจะส่งผลเสียต่อสุขภาพในอนาคต
โดยเฉพาะห้องส้วมทางฮวงจุ้ยถือว่าเป็นจุดเสีย หากห้องน้ำห้องส้วมอยู่ในจุดเดียวกัน จะมีปัญหาที่น้อยกว่า เพราะหากมีห้องน้ำห้องส้วมกระจายอยู่ทั่วไปตามห้อง ก็ต้องมีการเดินท่อเชื่อมต่อต่างๆ หากมีปัญหาอุดตันก็ย่อมสร้างปัญหาไม่น้อยทีเดียว ซึ่งในสมัยก่อนจึงมักสร้างไว้นอกบ้าน เพื่อให้ได้รับแสงแดดและระบายความอับชื้น รวมถึงกลิ่นที่ไม่พึงปรารถนา ไม่ให้เข้าสู่ตัวบ้านที่อาศัย
สำหรับสภาพโดยรอบของบ้าน ด้านหลังของบ้านมีจุดเสีย จึงให้แก้โดยการติดโคมไฟไว้ 2 ดวง สำหรับบริเวณโซนหน้าของบ้าน ด้านซ้ายมือเป็นหม้อแปลงไฟฟ้าของหมู่บ้าน โดยทั่วไปเรื่องที่ต้องระมัดระวังในทางฮวงจุ้ย เพราะหม้อแปลงไฟเรื่องยากในการปรับแก้ทางฮวงจุ้ย แต่สำหรับบ้านนี้กลับเป็นผลดี เป็นปราณชี่ที่บ้านหลังนี้ต้องการ
ต่อมาคือตัวน้ำผุดที่ตั้งวางอยู่ ซึ่งท่านเจ้าของบ้านนำมาตกแต่งสวนหย่อม เกจิอาจารย์ได้แนะนำให้เอาออก และให้ตั้งวางเป็นชุดโต๊ะหินสนามสี่เหลี่ยมสีขาวเพื่อเสริมฮวงจุ้ย ด้วยที่นี่ต้องการปราณไฟไม่ได้ต้องการน้ำ สำหรับน้ำผุดแนะนำให้ย้ายไปตั้งวางข้างประตูฝั่งโรงจอดรถดีกว่า
ต่อมาเรื่องจุดตั้งเจ้าที่ เจ้าของบ้านได้มีการจัดเตรียมซื้อหาไว้แล้วตามคำแนะนำ ซึ่งรอให้ทางเกจิอาจารย์ชี้จุดที่จะตั้ง และคำนวณฤกษ์ยามวันเวลาที่จะทำพิธีอัญเชิญเจ้าที่ อีกทั้งจากการตรวจผังชะตาของผู้นำในบ้าน เราพบว่าเขาขาดปราณชี่ธาตุไฟ อีกทั้งบ้านหลังนี้ก็ต้องการปราณชี่ธาตุไฟด้วยเช่นกัน การตั้งเจ้าที่ถือเป็นเรื่องที่ดีต่อบ้านและของทุกคนในบ้าน และการตั้งเจ้าที่นี้สอดรับกับจุดหม้อแปลงไฟที่ตั้งอยู่ ทำให้เกิดเป็นมงคลสอดรับกันทั้งสภาพปราณชี่ภายนอกและภายใน
จะช่วยให้เกิดการเหนี่ยวนำและกระจายปราณชี่ที่ถูกต้อง ชี่จะทำงานได้เหมาะสมอยู่ที่สภาพทำเลภายนอกและภายใน ซึ่งซินแสเองต้องรู้ว่ามีปราณชี่ใดอยู่ ยกตัวอย่างเหมือนการรับส่งสัญญาณของ UBC หรือ ASTV ที่มีสถานีส่ง บ้านที่จะดูก็ต้องมีจานรับ UBC หรือ ASTV จึงจะรับได้ดูได้ นั่นคือตัวรับและตัวส่งต้องรู้จักกัน ดังนั้นการที่คุณตั้งวางวัตถุแก้ฮวงจุ้ยก็ดี แก้สิ่งพิฆาต หรือวัตถุอาถรรพ์ทางฮวงจุ้ย ถ้าไม่ตรงตำแหน่งชี่ตำแหน่งนั้น มันก็คือสิ่งของสิ่งหนึ่งเท่านั้น ที่ไม่ช่วยให้เกิดผลใดๆ ต่อฮวงจุ้ย ซึ่งซื้อหามาง่ายแต่ใช้ให้ถูกฮวงจุ้ยนั้นยาก
การตั้งเจ้าที่ส่งผลดีอย่างไร ประการแรก การอัญเชิญเทวดาที่มาประจำบ้าน ถือได้ว่าเป็นการคุ้มครองปกปักรักษา ให้ผู้พำนักอาศัยมีความร่มเย็นเป็นสุข
ประการที่ 2 รูปลักษณ์ของศาลเจ้าที่ สีแดงซึ่งเป็นธาตุไฟ เป็นจุดเสริมปราณชี่ไฟ และช่วยกระจายปราณชี่ให้กับบ้านหลังนี้ อีกทั้งยังสอดรับกับหม้อแปลงไฟฟ้าที่อยู่หน้าบ้าน ได้กระแสชี่ไฟอย่างสมบูรณ์ ทั้งภายในและภายนอก
ประการที่ 3 ตัวของผู้นำในบ้าน ที่ต้องการธาตุไฟก็เท่ากับเป็นการเสริมธาตุไฟโดยอ้อม อะไรที่เคยติดขัดก็จะมีความราบรื่นขึ้น ที่สำคัญเมื่ออัญเชิญท่านมาแล้ว ก็ต้องหมั่นดูแลบูชาท่าน ปรารถนาสิ่งใดก็อธิษฐานขอตามสะดวก (และที่นี่ควรตั้งเป็นอย่างยิ่ง เพราะเจ้าที่แรงมาก)
ส่วนการตั้งวางตี่จู้ ของบ้านหลังนี้เกจิอาจารย์ขอเรียนท่านผู้สนใจฮวงจุ้ยทราบก่อนว่า ไม่ได้ใช้หลักของการเดินดาว 9 ยุค แต่พิจารณาด้วยหลักฮวงจุ้ยดั้งเดิม ด้วยหากใช้หลักฮวงจุ้ยของดาว 9 ยุค ตำแหน่งที่ตั้งวางจะไม่ใช่ตำแหน่งบารมีหรือตำแหน่งลาภ และเป็นจุดที่ไม่ควรใช้ด้วย
 
ดังนั้นการตั้งตี่จู้บ้านหลังนี้ เป็นการเสริมปราณไฟให้กับบ้านและตัวบุคคล เราจึงเลือกตำแหน่งที่เป็นธาตุไฟ โดยที่ตั้งวางเป็นผนังทึบและสามารถมองเห็นหน้าบ้านได้ นับเป็นวาสนาของเจ้าของบ้านที่ตั้งวางเจ้าที่ได้ตำแหน่งเปี้ย ซึ่งมีธาตุไฟหยาง และเกจิอาจารย์ได้คำนวณฤกษ์ยามที่ใช้ ให้เจ้าบ้านทำพิธีตั้งตี่จู้ในเดือนมิถุนายนนี้ และแนะนำให้ย้ายเข้าอยู่อาศัยในวันเดียวกัน พร้อมแนะนำให้ทำเคล็ดความมั่งคั่ง และชุดไหว้ที่ต้องใช้ในวันพิธี
 
เมื่อบ้านหรือคอนโดมิเนียมที่เราซื้อหา อันเป็นที่พักอาศัยสำเร็จรูปสมบูรณ์แล้ว จึงเป็นไปไม่ได้ที่จะพบกับความสมบูรณ์แบบของฮวงจุ้ย เพราะทุกคนต่างมีองค์ประกอบแห่งชีวิตที่แตกต่างกัน ต้องการสภาพปราณชี่ที่แตกต่างกัน แม้คุณจะเลือกหาที่พักอาศัย โดยไม่ใส่ใจถึงเรื่องฮวงจุ้ย แต่ฮวงจุ้ยมันก็วนเวียนอยู่รอบตัวคุณอย่างเงียบๆ ไม่ว่าคุณจะยอมรับมันหรือไม่ก็ตาม แต่ถ้าคุณรู้ข้อดีข้อเสียแล้วปรับแก้ ย่อมดีกว่าแย่แล้วแก้ไม่ทัน เหมือนกับบ้านหลังนี้ที่เลือกสร้างฮวงจุ้ยที่ดี ปรับแก้จุดที่เสีย
สำหรับการตั้งเจ้าที่ล้วนเป็นเรื่องดี แต่ที่ต้องระวังคืออย่าคิดว่ามีแต่ไทยกับจีนน่ะครับ เพื่อนผู้เขียนเจอมาแล้ว ตั้งเจ้าที่จีนไหว้แบบคนจีน กว่าจะรู้ว่าเจ้าที่เดิมท่านเป็นแขก ต้องเจอะเจอปัญหามากมายอยู่หลายปี จึงขอบอกเตือนเพื่อกันไว้ก่อน จะได้ไม่มาโทษกันทีหลัง
บทความที่เกี่ยวข้อง ∞ ความเป็น มาของตี่จู้ (ตี่จู้เอี้ย) หรือศาลเจ้าที่จีน ∞ ศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ที่มีโชคลาภ และถูกหลักฮวงจุ้ย ∞ การตั้งวางศาลเจ้าที่จีนตี่จู้ (ตี่จู้เอี้ย) ที่เสริมโชคลาภบารมี ∞ ศาลตี่จู้เอี้ยไม่ถูกต้องตามหลักและฮวงจุ้ย เจ็บป่วยไร้สาเหตุ ∞ ทำไม?..ศาล เจ้าที่จีนหรือตี่จู้เอี้ย ต้องเป็นสีแดงเท่านั้น
|