| กรรณิการ์ (Night Jasmine) ไม้หอม |
|
|
|
| เขียนโดย ดอกไม้ | |||
| วันอาทิตย์ที่ 18 มกราคม 2009 เวลา 23:39 | |||
|
หากคุณเป็นผู้ที่รักต้นไม้และชอบกลิ่นหอมของดอกไม้ กรรณิการ์เป็นไม้หอมที่เหมาะกับการปลูกไว้ในบริเวณบ้าน ที่จะส่งกลิ่นในยามค่ำคืน หากท่านเป็นผู้ที่สนใจในโหราศาสตร์ กรรณิการ์ ถือได้ว่าเป็นไม้มงคลชนิดหนึ่ง เหมาะที่จะปลูกไว้ทางทิศตะวันออกของบริเวณบ้าน ในขณะเดียวกันสามารถปลูกทางทิศใต้ได้
กรรณิการ์เป็นไม้ยืนต้นขนาดกลาง เมื่อโตเต็มที่มีความสูงประมาณ 3-4 เมตร แต่ถ้าปล่อยให้สูงไปเรื่อยๆ โดยไม่ตัดกิ่งออกบ้าง ตันไม้จะขึ้นโอนเอนไปมาไม่เป็นระเบียบ แถมจะเก็บดอกไม่ถึง อยู่สูงเกินไป เป็นใบเดี่ยวเรียงตรงข้าม รูปไข่ เมื่อใบยังเล็กอยู่ ลักษณะขอบใบจะอ้วนเรียว และเรียบ ปลายใบแหลม แต่พอใบโตขึ้น ขอบใบจะออกเป็นจักๆ มีทั้งขอบเรียบและขอบจักแหลมอยู่ในต้นเดียวกัน ใบสากไม่เรียบ มีขนอ่อนๆ บนใบ ลำต้นดูแปลกดี เป็นสี่เหลี่ยมมีปุ่มกลมๆ เป็นจุดๆ เรียงลงมาตลอดแนวของลำต้น ถ้าลองหักกิ่งดู หักออกง่าย เป็นไม้ไม่มีแกน ข้างในกลวง
ดอกกรรณิการ์จะออกดอกเป็นช่อๆ ที่ปลายกิ่ง และตามง่ามใบใกล้ส่วนปลายกิ่ง ในช่อหนึ่งๆ จะมีพุ่มเล็กๆ ติดกันเป็นหลอดรูปกรวย แยกเป็นหลายพุ่ม โดยปกติจะมีพุ่มละ 5 ดอกในหนึ่งกรวย แต่บางทีก็มีแค่ 3 - 4 ดอก อาจจะมีถึง 7 ดอกในหนึ่งกรวย แต่จะพบน้อยมาก ซึ่งมีโคนกลีบติดกัน ในเวลากลางวันดอกจะตูมๆ เหมือนกับดอกพุด มีสีขาว ก้านเป็นหลอดสีส้ม พอตกกลางคืนจะบานเต็มที่ ปกติมี 6 กลีบ กลีบดอกไม่ตรงจะบิดเล็กน้อย แต่ส่วนที่ถูกแสงแดดส่องถึงมากๆ จะมี 7-9 กลีบแน่นเต็มดอก ถ้าสังเกตมีเกสรสีขาวเป็นจุดกลมอยู่ตรงกลางดอก 2-3 จุด กลิ่นหอมแรงตอนกลางคืน พอรุ่งเช้าก็โรยรา ร่วงหล่นหมด และก็ตูมขึ้นมาใหม่อีกจนกว่าดอกจะหมดในทุกๆ กรวย
ดอกจะออกมาก ในช่วงย่างเข้าหน้าหนาว ประมาณเดือนพฤศจิกายน-ต้นมกราคม หลังจากดอกออกหมดแล้ว ในพุ่มหนึ่ง 5 ดอกคือ 1 กรวย จะมีผลเพียง 1 ผลเท่านั้น (แต่ไม่ได้ออกทุกกรวย) เป็นผลแบนๆ สีเขียว รูปไข่หรือกลม ตรงปลายดอกที่ร่วงไปแล้ว ภายในผล ถ้าลองแกะออกดู จะมีเมล็ด 2 เมล็ด อยู่ข้างละ 1 ซีกของผล เมล็ดอ่อนมีสีเขียว ถ้าแกะเมล็ดอ่อนสีเขียวออกอีกชั้นหนึ่งจะเป็นสีขาว ลักษณะแบนๆ ตามรูปร่างของเมล็ด ขยายพันธุ์โดยการเพาะเมล็ด ตอนกิ่ง หรือปักชำ
ต้นกรรณิการ์เป็นไม้ชอบแดด ออกดอกไม่หวาดไม่ไหว ดอกร่วงเร็วมาก แต่ถ้าอยากจะเก็บดอกให้ทัน ให้เก็บในตอนกลางคืน หรือก่อนเวลา 6 โมงเช้า กรณีต้องการดอกที่ไม่ช้ำ เวลาเก็บต้องใช้ปลายนิ้วค่อยๆ จับตรงก้านสีส้มแล้วค่อยๆ ดึงออกมา อย่าถูกกลีบใบ เพราะกลีบใบอ่อนนุ่มมากแถมช้ำเร็ว ถ้าเก็บหลังเวลา 6 โมงเช้า ดอกเริ่มร่วงแล้ว แต่ถ้าต้องการเก็บดอกแบบเร็ว ไม่สนใจความช้ำ เพราะอาจจะต้องการใช้แต่ก้านเพียงอย่างเดียว ให้ใช้มือเขย่าที่กิ่ง ดอกจะร่วงหล่นลงมา ถ้าปลูกที่แสงแดดรำไร จะไม่ออกดอกและไม่ค่อยโต ไม่เหมาะปลูกในกระถางเพราะเป็นไม้ต้นขนาดกลาง อย่าปลูกตรงบริเวณสนามหญ้า เพราะเวลาดอกร่วงหล่นลงพื้นสนามหญ้า ดอกเหี่ยวเฉาเร็ว จะเก็บดอกที่ร่วงออกจากสนามหญ้าลำบากมาก เวลารดน้ำให้รดที่โคนต้นก็เพียงพอแล้ว ถ้ารดทั้งต้น ดอกกรรณิการ์จะช้ำและร่วง เน่าเร็วกว่าเดิมอีก
|
ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงที่มา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจ การค้า ห้ามดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด







![]() | วันนี้ | 352 |
![]() | เมื่อวานนี้ | 879 |
![]() | เดือนนี้ | 2951 |
![]() | รวมผู้เข้าชม | 355732 |
Who's Online
เรามี 226 บุคคลทั่วไป ออนไลน์[ Most Popular ]
- ฮวงจุ้ย จัดทิศหัวนอน ที่ส่งเสริมโชคลาภทางฮวงจุ้ย
- พยากรณ์ ดวงเมืองปี53 เป็นปีแห่งความยากลำบาก
- พระเครื่องชุดเบญจภาคี พระเครื่องยอดนิยม
- การตั้งวางศาลเจ้าที่จีน ตี่จู้เอี้ย ที่เสริมโชคลาภบารมี
- ศาลเจ้าที่ "ตี่จู้เอี้ย" ที่มีโชคลาภ และถูกหลักฮวงจุ้ย?
- ตั้งชื่อดีมีมงคล ไม่ใช่แค่เลือกชื่อ
- เม็ดบัวสด มีสรรพคุณช่วยบำรุงโลหิต











