You are here:   Home ฮวงจุ้ยชีวิต & สุขภาพ เกจิอัญมณี | เกจิท่องเที่ยว เกจิตะลอนทัวร์ พาชมแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว
เกจิตะลอนทัวร์ พาชมแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว PDF พิมพ์ อีเมล
เขียนโดย เทพมนตรี   
วันศุกร์ที่ 22 มกราคม 2010 เวลา 19:15



ด้วยทางทีมงานเกจิอาจารย์ ได้เดินทางไปกราบนมัสการหลวงพ่อเสกสรรค์ กิตฺติสาโร และระหว่างทางที่ไป เราได้แวะเข้าเยี่ยมชมแหล่งโบราณคดี บ้านโป่งมะนาวกัน ซึ่งแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวคือ "ชุมชนดึกดำบรรพ์ คน 3 พันปี" แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว ตั้งอยู่ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี บ้านโป่งมะนาว เป็นหมู่บ้านขนาดไม่ใหญ่นัก อยู่ในเขตการปกครองของตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี โดยอยู่ห่างจากตัวอำเภอพัฒนานิคมไปทางทิศตะวันออกประมาณ 45 กิโลเมตร หมู่บ้านนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ดอน ลักษณะเป็นพื้นที่ลอนลูกคลื่นเชิงภูเขา มีห้วยสวนมะเดื่อเป็นทางน้ำธรรมชาติสำคัญหล่อเลี้ยงพื้นที่บริเวณนี้

นับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2543 เป็นต้นมา ราษฎรในหมู่บ้านโป่งมะนาวและหมู่บ้านข้างเคียงในตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม จังหวัดลพบุรี ก็ได้ทราบกันอย่างดีว่าที่บริเวณวัดโป่งมะนาว เป็นแหล่งโบราณคดีที่สำคัญมากที่สุดแห่งหนึ่งของประเทศไทย ทั้งนี้เพราะในช่วงเวลาดังกล่าว พื้นที่บริเวณนี้ถูกขุดหาโบราณวัตถุอย่างผิดกฎหมาย และได้พบโบราณวัตถุมากมายหลายประเภท โดยล้วนพบฝังอยู่ร่วมกับโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณ



หลังจากการขุดหาโบราณวัตถุโดยผิดกฎหมายยุติลง เนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจในท้องที่ได้เข้าจับกุมผู้ลักลอบขุด ทางวัดโป่งมะนาวรวมทั้งคณะกรรมการหมู่บ้านและผู้นำองค์กรต่างๆ ในท้องถิ่นตำบลห้วยขุนราม ได้เห็นความสำคัญและความจำเป็นที่จะอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวไว้ จึงร่วมมือกันปรับปรุงหลุมลักลอบขุดหาโบราณวัตถุ ให้เป็นหลุมจัดแสดงโครงกระดูกมนุษย์สมัยโบราณ และรวบรวมโบราณวัตถุนานาประเภทมาจัดแสดงไว้ที่วัดโป่งมะนาว โดยหวังให้เป็นพิพิธภัณฑ์เปิดประจำหมู่บ้าน รวมทั้งได้ประสานงานกับคณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร ขอความร่วมมือในการขุดค้นทางวิชาการโบราณคดีและการจัดทำพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นที่วัดโป่งมะนาว" (ข้อมูลบางส่วนจากบทความ อ.สุรพล นาถะพินธุ รองศาสตราจารย์ประจำภาควิชาโบราณคดี คณะโบราณคดี มหาวิทยาลัยศิลปากร 1 มกราคม 2546 ลงนิตยสารศิลปวัฒนธรรม)



แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวนั้น เป็นต้นแบบพิพิธภัณฑสถานชุมชนเป็นแหล่งเรียนรู้ ตามอัธยาศัยและการเรียนรู้ตลอดชีวิต จากที่ได้สัมผัสเบื้องต้นนั้นเราเห็นความพยายามของชุมชน ที่ได้เข้ามาอนุรักษ์แหล่งโบราณคดีที่มีค่าและเป็นสมบัติของมนุษย์ชาติระดับโลก และการบริหารจัดการยุวมัคคุเทศก์ตัวน้อยได้ดีเยี่ยม อยากเชิญชวนให้พวกเราไปเยี่ยมชมกัน แล้วคุณจะรู้ว่าเยาวชนไทยทำอะไรได้ดีมาก และอย่าลืมชวนลูกชวนหลานไปดูเป็นตัวอย่างนะ ของเขาดีจริงๆ



สำหรับนักเรียน นักศึกษา นักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมชมเป็นหมู่คณะและต้องการ วิทยากรบรรยายฟรี ติดต่อได้ที่ สถานีอนามัยตำบลห้วยขุนราม นายสมส่วน บูรณพงษ์ โทร.036 704030, 08 1294 7790, 08 6806 0236

การเดินทาง จากตัวเมืองลพบุรี ใช้เส้นทางสายลพบุรี - โคกตูม - พัฒนานิคม - อ.วังม่วง (สระบุรี) เข้าทางเดียวกับน้ำตกสวนมะเดื่อ อยู่ที่หมู่ 7 ตำบลห้วยขุนราม อำเภอพัฒนานิคม อยู่ห่างจากเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ 26.5 กิโลเมตร



ประวัติแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวนั้น เท่าที่มัคคุเทศก์ตัวน้อยได้อธิบายให้ฟังนั้น ก็เหมือนในบทความที่ปรากฏอยู่ในหลายๆ เวป เรียกว่าได้มาจาก คุณสมส่วน บูรณพงษ์ หัวหน้าสถานีอนามัย ต.ห้วยขุนราม ที่รับตำแหน่งเป็นประธานชมรมอนุรักษ์แหล่งโบราณคดี และทรัพยากรธรรมชาติ ต.ห้วยขุนราม และรองศาสตราจารย์ สุรพล นาถะพินธุ ที่ขุดค้นแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวทางวิชาการเป็นครั้งแรก

ธรรมดาแล้วการที่จะศึกษาแหล่งโบราณคดีใดๆ ก็ตาม เพื่อต้องการตอบโจทย์ให้ได้ว่าคนยุคก่อนประวัติศาสตร์เมื่อ 3,500 ปี ก่อนศาสนาพุทธตั้ง 1,000 ปี ทำไมต้องมาอยู่ตรงนี้ เป็นแค่ชุมชนหรือเมือง หรือนครรัฐโบราณกันแน่ จากที่สังเกตนั้น...การที่คนโบราณที่อยู่กันหนาแน่นเช่นที่โป่งมะนาวนั้น ต้องมีการติดต่อทำการค้าโบราณอย่างคึกคักแน่นอน แบบอยู่กันโดดเดี่ยวนั้นเป็นไปไม่ได้เลย เส้นทางการค้าโบราณนี้จะต้องมีแหล่งโบราณคดีร่วมสมัยทำนองนี้อีกมาก และแน่นอนศิลปากรไม่รู้หรือถึงพอรู้ก็ไม่มีงบประมาณขุดค้นหรอก คือจะตามหลังนักสะสมวัตถุโบราณก้าวหนึ่งเสมอ



และที่แปลกใจคือโบราณวัตถุที่ขุดค้นได้ และที่ถูกนำสมบัติชาติมาแลกเปลี่ยนกันในหมู่นักสะสมนั้น มีชิ้นสวยๆ ดีๆ มาก และแต่ละชิ้นเป็นเอกลักษณ์ด้วย เห็นปุ๊บรู้เลยว่าเป็นของที่ไหน ยัดกรุก็ได้เพียงมือใหม่หัดเล่นเท่านั้น แต่พอศิลปากรขุดเองเห็นแต่โครงกระดูก ศิลปวัตถุที่มีราคาสำคัญและที่เป็นเอกลักษณ์แทบไม่มีจัดแสดง อันนี้มันต้องชัดเจนคือขุดได้ต้องจัดแสดงให้เห็นดำเห็นแดงไปเลย



เพราะพวกที่ลักลอบขุด ที่ชี้แจงตามข้อมูลของแหล่งโบราณคดีแค่ 2 วันเอง และแค่หลุมเดียวได้จากโครงกระดูกโบราณไม่น่าจะสักกี่ร่าง เพราะจากที่มัคคุเทศก์ตัวน้อยนำเสนอนั้น หลุมขุดที่ขุดต่อจากเหล่าหัวขโมยนั้น กว้างยาวไม่น่าเกิน 30 ตารางเมตร แต่มีโครงกระดูกมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ฝังทับถมกันอย่างหนาแน่น โดยฝังทับกันเป็นยุคๆ ประมาณ 40 กว่าร่าง(แน่นมาก) คือร่างที่เก่าแก่ที่สุดจะอยู่ลึกสุดประมาณ ลึกจากผิวดินปกติ 2 เมตร แล้วถัดขึ้นมานิดหนึ่งก็ฝังร่างในยุคถัดมา และก็มีการฝังซ้อนกันอีกหลายระดับ ทำให้มีร่างของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ยุคก่อนมีโลหะ ถึงยุคสัมฤทธิ์ ถึงยุคเหล็ก และหายไปเมื่อประมาณ 1,500-1,800 ปีก่อน เราตามรอยได้จากศิลปวัตถุโบราณวัตถุที่ติดมากับร่าง



อย่างที่บอกไปในตอนต้นว่ากลางป่ารกห่างไกลความเจริญ ในปัจจุบันที่มีคนเริ่มมาอยู่เมื่อปี พ.ศ. 2500 แต่เมื่อ 3,500 ปีมีคนมาอยู่และต่อเนื่องยาวนานร่วม 2,000 ปี(ดูจากโครงกระดูกที่ฝัง) มันคงไม่บังเอิญผ่านมาอยู่ เพราะมันคงจะเป็นตลาดการค้าโบราณแน่นอน เพียงแต่ยุคนั้นอาจไม่มีสิ่งก่อสร้างที่ถาวร เช่น ปราสาทหินหรือถาวรวัตถุที่คงทน หรือเพียงแต่เรายังหาไม่เจอ



แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวนั้น จากภูมิประเทศคล้ายกับแหล่งโบราณคดียุคเดียวกัน เช่น แถบลุ่มน้ำแควน้อย คืออยู่บนโคกริมแม่น้ำหรือคลองโบราณ ที่มีเส้นทางน้ำยาวในฤดูน้ำหลาก การติดต่อการค้าแลกเปลี่ยนสะดวก คงมีผู้คนมากหน้าหลายตาผ่านเข้ามา มีการแลกเปลี่ยนสินค้ากัน คงไม่ต่างกับปัจจุบันเท่าไหร่หรอก เพราะที่รู้มาศิลปวัตถุที่จัดแสดงและที่อยู่ในมือนักสะสมเอกชน แสดงถึงการค้าขายแลกเปลี่ยน หรือผลิตเพื่อขายเช่นยุคแรกเมื่อกว่า 3,500 ปี



เครื่องประดับที่ติดมากับโครงกระดูกนั้น ก็เหมือนกับมนุษย์เมื่อ 3,500 ปี ทั่วโลกขุดที่ไหนก็เหมือนกันหมดจริงอยู่ช่วงเวลานี้กว้างนับพันปี คือในระยะนั้นก่อนมีการใช้โลหะนับพันปีไม่มีการเปลี่ยนแปลงเลย มันเป็นการวิวัฒนาการช้ามาก อีกทั้งโลกกว้างมากมีจุดการค้าสำคัญไม่มากแต่ก็ทั่วถึง ชุมชนโบราณโป่งมะนาวแห่งนี้มองข้ามไม่ได้ เพราะมีความต่อเนื่องของผู้คนแหล่งที่มีผู้คนอยู่ต่อเนื่องถึง 2,000 ปี ต้องมีระบบที่เข้มแข็งมาก ซึ่งจะต้องสืบหากันต่อไป? และคิดว่าคนโบราณปลูกบ้านด้วยไม้มุงหลังคาด้วยแฝก ซึ่งมันง่ายต่อการสูญสลาย แต่เริ่มคงมีคนไม่มากนัก แต่จะมาหนาแน่นเมื่อพบแหล่งโลหะทองแดงที่เขาวงพระจันทร์ แต่ก็ไกลเอาการเหมือนกัน



ถ้าเป็นยุคเมื่อ 2,500 ปีที่ผ่านมาน่าจะใช้ช้างหรือทางน้ำในการเดินทาง การที่มีโลหะทองแดงใกล้แหล่งชุมชน ทำให้มีผู้คนเข้าออกมากหน้าหลายตา(สังเกตจากโครงกระดูกที่ขุดพบ) และเราก็ได้โลหะแรกๆ ที่มนุษย์นำไปใช้ได้คือสัมฤทธิ์ และต่อมาเมื่อมนุษย์รู้วิธีใช้ประโยชน์จากเหล็ก แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวก็มีการพัฒนาไปสู่เหล็ก โดยเริ่มแรกได้เหล็กที่ไม่ค่อยมีคุณภาพ สังเกตจากดาบสองคมรูปจันทร์เสี้ยวที่ฝังอยู่ในโครงกระดูกโครงหนึ่ง ที่สันนิษฐานว่าเป็นผู้นำยุคหนึ่ง



และจากวัตถุที่ขุดได้ พบเครื่องมืออาวุธที่ด้ามจับเป็นสัมฤทธิ์แต่ปลายคมเป็นเหล็ก และจากเครื่องประดับที่ขุดได้ แสดงให้เห็นว่าแหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาว ได้ทำการค้ากับแหล่งโบราณคดีทั้งใกล้ไกลในภูมิภาคนี้และควรจะทั่วโลกด้วย เพราะเราพบลูกปัดแก้วสีฟ้าที่ชาวบ้านเรียกลูกปัดทวาราวดี และต่างหูแก้วสีฟ้าเข้มและต่างหูหยกขาว ซึ่งสมัยก่อนแพงมากเป็นของมีราคาในยุคโบราณ คนธรรมดาไม่มีใช้แน่นอน นอกจากนั้นบางชิ้นมาจากอารยธรรมดองซอนในประเทศเวียดนาม และลูกปัดอาเกตเขียนสี จากอาณาจักรศรีเกษตรประเทศพม่า และเป็นชิ้นที่มีคุณภาพดีมากกว่าที่พบในแหล่งโบราณคดีใกล้เคียง



ดังนั้นในพื้นที่แหล่งโบราณคดีบ้านโป่งมะนาวยังต้องอาศัยงบประมาณจากภาครัฐอีกมากโขอยู่ ตลอดจนต้องการนักวิชาการทางโบราณคดีจากทั่วโลก และน่าจะเสนอให้เป็นมรดกโลก เพื่อการบริหารจัดการอย่างยั่งยืนและตรงไปตรงมา เพื่ออย่างน้อยผู้คนเหล่านั้นที่ฝังร่างทับถมรอเรามานานกว่า 3,000 ปี และวันนี้เขาฟื้นขึ้นมาอีกครั้งเพื่อจะบอกเราว่า "ในอดีตผู้คนล้วนเป็นไปตามกรรมของแต่ละคน ที่โลดแล่นอยู่ในหน้าหนึ่งของประวัติศาสตร์ และทุกอย่างจบลงเมื่อเขาเหล่านั้นหมดลมหายใจ" แต่ใครจะรู้ว่าต่อมาเขาเหล่านั้นถูกพบเพื่อบอกเล่ากับเราถึงความเป็นคนไทยอยู่ตรงนี้ยิ่งใหญ่ยาวนาน มีอารยธรรม มีความเจริญ มีความรักถิ่นและรักกัน และเราวันนี้เป็นไทยมาได้ 800 ปีเอง แต่ดูเหมือนคนไทยไม่รักกัน...หยุดกัดกันได้แล้วครับพี่น้องชาวไทย

 

 

ท่านสามารถนำเนื้อหาในส่วนบทความไปใช้ แสดง เผยแพร่ เพื่อความรู้ โดยต้องอ้างอิงที่มา และขอสงวนลิขสิทธิ์ หากนำไปใช้เพื่อธุรกิจการค้า ห้ามดัดแปลงใดๆ อันเป็นการละเมิด 

mod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_countermod_vvisit_counter
mod_vvisit_counterวันนี้46
mod_vvisit_counterเมื่อวานนี้631
mod_vvisit_counterเดือนนี้5122
mod_vvisit_counterรวมผู้เข้าชม202920
---------------------------------- Kaejiarjan...truth difference เกจิอาจารย์ เปิดทำการ..2/12/50

Who's Online

เรามี 17 บุคคลทั่วไป ออนไลน์

Good Name

อยากเปลี่ยนชื่อใหม่ เพื่อพบคนที่รักเธอ
คนเราต่างมีโชคชะตาวาสนาต่างกัน แต่ทุกคนต่างหวังให้มีโชคชะตาที่ดีมาส...

Kaeji Pra Kreung

พระกริ่งปวเรศ พระกริ่งองค์แรก # 4
สมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ ๘ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ในรัชกาล ๓ พระบาทสมเด็จ...

Black Tao Huangjui

ฮวงจุ้ยเต๋าหมวกดำ ในประเทศไทย 4
สำหรับสำนักฮวงจุ้ยหมวกดำ ที่ปรากฏอยู่ในประเทศไทย ได้เรียกวิชาฮวงจุ้ย...